หนุ่มถูกเพื่อนทักรัวๆ นึกว่าจะขอยืมเงินที่ไหนได้ ขอยืมแมว

       เชื่อว่าหลายคนคงเคยเจอกับปัญหาเพื่อนสนิทมักจะขอความช่วยเหลือ หนุ่มถูกเพื่อนทักรัวๆขอยืมแมว  ซึ่งการขอความช่วยเหลือนั้นก็มีมากมายหลายเรื่อง บางคนขอให้ช่วยเรื่องเรียน  บางคนของให้ช่วยเรื่องทำงาน

แต่ที่มีขอความช่วยเหลือส่วนใหญ่นั้นมักจะเป็นการขอยืมเงิน ยิ่งในสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดีอย่างตอนนี้  พร้อมกับสถานการณ์ที่มีโรคระบาดแบบนี้ ผู้คนมักจะไม่ค่อยอยากรับโทรศัพท์เพราะกลัวว่าเพื่อนจะขอยืมเงิน

        เหมือนกับนักศึกษาหนุ่มรายหนึ่งเขาได้ออกมาโพสต์เล่าเรื่องราวของเพื่อนสนิทของเขาผ่านทาง application FaceBook ส่วนตัว โดยเรื่องราวดังกล่าวระบุ ช่วงนี้เป็นช่วงปิดภาคเรียน เขาจึงได้กลับมาอยู่บ้านกับครอบครัว โดยบ้านเกิดของเขานั้นอยู่ที่จังหวัดนครพนม แต่ไปเรียนมหาวิทยาลัยในจังหวัดมหาสารคาม  ซึ่งเขาได้เช่าหอพักอยู่กับเพื่อนผู้ชายด้วยกัน 

       ชายหนุ่มเล่าว่าในขณะที่เขานั่งอยู่บ้านนั้นปรากฏว่าเพื่อนรูมเมทของเขาก็ส่งข้อความทักเขามารัวบอกให้เขานั้นกลับห้องเช่าถามเซ้าซี้ว่าเขาจะกลับเมื่อไหร่ซึ่งเขาก็บอกกับเพื่อนว่าตัวเขาเองนั้นจะอยู่กับครอบครัวอีกประมาณ 2 อาทิตย์ถึงจะกลับ

เพราะช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอมยังไงก็ตามเพื่อนก็บอกให้เขากลับมาด่วนมีเรื่องให้ช่วยเหลือทำให้เขานั้นคิดว่าเพื่อนต้องการขอความช่วยเหลือในเรื่องของการเงินเขาจึงได้บอกเพื่อนว่าให้พูดมาได้เลยว่าอยากจะให้ช่วยเรื่องของเงินเป็นจำนวนเท่าไหร่

         โดยเพื่อนหนุ่มของเขาก็ระบุว่าไม่ได้ต้องการที่จะยืมเงินแต่สิ่งที่ต้องการขอความช่วยเหลือคือเขาต้องการที่จะยืมแมวโดยเขาให้เหตุผลกับเพื่อนชายของเขาว่าเขานั้นได้มีการนัดเจอกับแฟนสาว และเขาก็อ้างกับแฟนสาวว่าเขาเลี้ยงแมวไว้ในห้องพักโดยเขาได้ไปแคปภาพถ่ายของแมวซึ่งเป็นแนวของเพื่อนจาก facebook มาแล้วส่งไปให้ผู้หญิงดูดังนั้นผู้หญิงจึงอยากเห็นมาของจริงแต่เขาไม่มีแมวของจริงให้ดูจึงอยากให้เพื่อนเอาแมวจากบ้านมาไว้ที่หอพัก

          โดยเพื่อนของเขาระบุว่าเขาได้พยายามตะเวนขับรถรอบมหาวิทยาลัยเพื่อหาแมวในลักษณะแบบที่มีการส่งไปให้ฝ่ายหญิงดูแต่หาได้เจอ เขาจึงอยากให้เพื่อนช่วยอย่างไรก็ตามผู้โพสต์ระบุว่าตอนแรกเขาแนะนำให้เพื่อนของเขานั้นบอกความจริงกับฝ่ายหญิงไปแต่เพื่อนก็ยังเซ้าซี้อยากจะให้เขาเอากลับไปให้สุดท้ายเขาก็ใจอ่อนนำแมวกลับไปให้ตามที่เพื่อนต้องการทั้งนี้เขายังต้องซื้ออาหารแมวไปให้เพื่อนอีกด้วยเพื่อความสมจริง 

 

สนับสนุนโดย.  ufabet ฝาก-ถอน ออโต้

ชาวจีนบุก Shop  Apple แย่งกันซื้อ iPhone13 ทำห้างแทบแตก

   ชาวจีนบุก Shop  Apple  เปิดตัวขายอย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ iPhone 13 ซึ่งในประเทศจีนนั้นมีการขาย   ตั้งแต่วันที่ 24 เดือนกันยายนปี   พ.ศ .2564  แน่นอนว่าสาวก iPhone นั้นต่างก็อยากจะได้ไอโฟน 13 มาครอบครองด้วยคุณสมบัติของตัวเครื่องที่มีการพัฒนานอกจากนี้รูปลักษณ์ส่งใหม่ที่ทาง iPhone ได้มีการคอนเฟิร์มว่ามีการออกแบบให้บางกว่าเดิมทำให้ใครใครก็อยากจะได้โทรศัพท์ไอโฟน 13 มาครอบครอง

     โดยที่ประเทศจีนนั้นการจำหน่าย iPhone 13 ผ่านทางเว็บไซต์มีการจองล่วงหน้าจนหมดแล้วดังนั้นหลายคนที่ยังไม่สามารถซื้อผ่านทางเว็บไซต์ได้จึงได้ตัดสินใจที่จะมาซื้อที่ห้างสรรพสินค้าซึ่งมีช็อปของ iPhone อยู่ภายในห้างดังกล่าวอย่างไรก็ตามมีคนเป็นจำนวนมากพากันมารอคิวอยู่ที่บริเวณ 55

ทั้งๆที่ห้างสรรพสินค้านั้นยังไม่เปิดโดยห้างสรรพสินค้าจะเปิดให้บริการตอน 10:00 น แต่นับตั้งแต่ช่วง 8:00 น ก็มีคนมารอแล้วสำหรับห้างสรรพสินค้าที่เกือบห้างแตกนั้นมีชื่อว่า Seg  International Shopping Mall  

    โดยมีรายงานข่าวออกมาจากเว็บไซต์ออนไลน์ซึ่งเป็นเว็บไซต์ทำข่าวได้มีการรายงานเกี่ยวกับจำนวนชาวจีนที่สนใจที่จะไปซื้อโทรศัพท์มือถือ iPhone 13 ซึ่งทุกคนยืนรอกันอยู่ที่บริเวณหน้าห้างเพราะประตูห้างเปิด ต่างก็พากันวิ่งรู้เข้าไปในห้างสรรพสินค้าและตรงไปที่ช็อปของ Apple ทันที

ซึ่งกล้องวงจรปิดของห้างได้มีการบันทึกภาพดังกล่าวไว้ได้ทำให้เห็นได้ว่าฝูงคนที่วิ่งเข้าไปภายในห้างในช่วงเวลานั้นเหมือนกับฝูงซอมบี้เลยทีเดียวเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักบนโลกออนไลน์เป็นอย่างมาก

   อย่างไรก็ตามไม่มีการเปิดเผยออกมาว่าในวันที่ 24 เดือนกันยายนหลังจากที่ผมสั้นวิ่งเข้าไปเพื่อทำการแย่งซื้อ iPhone 13 นั้นปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ของร้าน Shop Apple ได้ตัดสินใจที่จะไม่ขาย iPhone 13 ในวันดังกล่าวเนื่องจากว่ามีจำนวนลูกค้าที่ให้ความสนใจเป็นจำนวนมากในขณะที่ช็อปแอปเปิ้ลนั้นมีตัวเครื่องสต๊อกเอาไว้เพียงแค่ 190 เครื่องเท่านั้นดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงแนะนำให้ลูกค้าเดินทางเข้ามาอีกครั้งหนึ่งวันรุ่งขึ้นโดยจะต้องมีการต่อแถวและรับบัตรคิวให้เป็นระเบียบเรียบร้อย  

         จากข้อมูลเว็บไซต์ข่าวของประเทศจีนหลายเว็บมีการระบุว่าชาวจีนให้ความสนใจกับ iPhone 13 เป็นอย่างมากเพราะในขณะที่เว็บไซต์ของ Apple เองก็มีการไปสั่งซื้อมากกว่า 5 ล้านเครื่องในขณะที่แพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์ของจีนไม่ว่าจะเป็นทีมดอทคอมหรือแม้แต่ jd.com ต่างก็มีคนเข้าไปแย่งซื้อเป็นสินค้าในแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ขายเครื่องสต๊อกซึ่งครั้งนี้ถือว่าเป็นความบ้าคลั่งของคนที่อยากได้ iPhone 13 มาครอบครองเป็นอย่างมาก 

 

สนับสนุนโดย.    ufabet ฝาก-ถอน เอง

คุณพ่อมือใหม่ แชร์เรื่องราวน่าประทับใจ กับการต่อราคาเครื่องซํกผ้ามือสอง  

     แชร์เรื่องราวน่าประทับใจ  มีคุณพ่อมือใหม่ ซึ่งเพิ่งเป็นคุณพ่อได้ไม่นานได้ออกมาโพสต์ข้อความแชร์เรื่องราวที่ทำให้เขารู้สึกประทับใจ และอยากบอกให้โลกรู้ว่า คนดียังมีอยู่ในโลก ซึ่งคุณพ่อรายนี้อยู่ในเมืองทูซอน ของรัฐแอริโซนา  ในประเทศสหรัฐอเมริกา  สิ่งที่เขานำมาโพสต์แชร์ความรู้สึกประทับใจในเฟสของเขาก็คือ   เขาระบุว่า เขาตอ้งการที่จะซื้อเครื่องซักผ้า และเขาเห็นมีประกาศขายเครื่องซักผ้ามือสองเอาไว้

       โดยสภาพของเครื่องซักผ้านั้นดูดีมากมาก เหมือนผ่านการใช้งานมาไม่นาน และเขาต้องการที่จะซื้อ เมื่อมีการติดต่อกับผู้ขาย ปรากฏว่าคนขาย ต้องการขายเครื่องซักผ้าในราคา หนึ่งพันหกร้อยบาท ดังนั้นเขาจึงได้มีการพูดจาต่อรองราคาทันที โดยเขาได้บอกกับเจ้าของเครื่องซักผ้าว่า เขามีรายจ่ายที่ต้องใช้งานอีกเยอะ อยากจะให้เจ้าของเครื่องซักผ้าช่วยลดราคาให้เขาหน่อย เพราะภรรยาของเขาเพิ่งคลอดลูก 

        ดังนั้นเงินจึงค่อนข้างที่จะต้องใช้แบบประหยัด   ซึ่งเขาต่อรองให้ลดราคาเครื่องซักผ้าลงมาเหลือประมาณ หนึ่งหมื่นสามพันบาท  อย่างไรก็ตามทางคนขายเครื่องซักผ้าก็ยินยอมลดราคาให้ โดยที่ไม่มีการท้วงติงแต่อย่างไร  เมื่อตกลงกันได้ เขาจึงได้ทำการโอนเงินค่าเครื่องซักผ้าไปให้ อย่างไรก็ตามเมื่อเครื่องซักผ้าส่งมาถึงที่บ้าน เขาพบกับกระดาษที่แปะมาข้างกล่อง เขียนให้เขาเปิดเครื่องซักผ้าดุด้านใน และเขาก็ต้องตกตะลึงเป็นอย่างมาก

      เพราะภายในถังซักผ้านั้นมีเงินวางอยู่ในนั้นและเมื่อนับดูก็เป็นเงินจำนวน หนึ่งหมื่นสามพันบาท ซึ่งเท่ากับราคาของเครื่องซักผ้าที่เขาจ่ายไป นั่นแสดงว่าเขาได้เครื่องซักผ้าเครื่องนี้มาฟรีฟรี  พร้อมกันนี้ในกระดาษโน้ต ยังระบุว่า เงินดังกล่าวนั้นเป็นของขวัญสำหรับให้ลูกของเขา ทำให้เขารู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก เขาจึงอยากแชร์ความสุขของเขาให้คนอื่นได้รู้และเลือกที่จะโพสต์ลงเฟสบุ๊ก เขาอยากขอบคุณ เดวิด  ชายเจ้าของเครื่องซักผ้ามาก

          สำหรับโพสต์ดังกล่าวมีคนเข้ามากดถูกใจแสนกว่าครั้งและยังมีการแชร์ต่อกันไปอีกกว่าสองแสนครั้ง ซึ่งเรื่องนี้สร้างความประทับใจให้กับคนที่ได้อ่านโพสต์นี้เป็นอย่างมาก สำหรับโพสต์ดังกล่าว มีการโพสต์เอาไว้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 15 เดือนกันยายน ปี พ.ศ. 2564 แล้ว 

    เรื่องราวที่สุดน่าประทับใจนี้สามารถทำให้เรารู้ได้ว่าบนโลกใบนี้ ยังมีคนที่มีน้ำใจ และเป็นคนดีหลงเหลืออยู่

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  สมัคร sbobet โดยตรง

คลิปว่อนเมืองจัน ภาพหญิงสาวถูกเพื่อนบ้านผักเกือบถูกรถชน 

       หญิงสาวถูกเพื่อนบ้านผักเกือบถูกรถชน  เมื่อวันที่ 10 เดือนพฤษภาคมปีพศ 2564   ใน Social Media ได้มีการแชร์คลิปวีดีโอซึ่งมีการถูกโพสต์เอาไว้ใน Facebook ของหญิงสาวรายหนึ่งโดยเป็นคลิปที่เก็บภาพมาจากกล้องวงจรปิดซึ่งในคลิปจะเห็นได้ว่ามีชายหญิงคู่หนึ่งกำลังเดินมาที่รถมอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่ตรงบริเวณริมถนน

ซึ่งจุดเกิดเหตุน่าจะเป็นบริเวณตลาดหลังจากที่ฝ่ายชายกำลังซ่อมรถมอเตอร์ไซค์และฝ่ายหญิงกำลังเดินไปจะถึงรถมอเตอร์ไซค์อยู่แล้วปรากฏว่ามีผู้หญิงอีกคนหนึ่งเดินตามหลังข้างหลังหลังจากนั้นก็ผลักผู้หญิงคนแรกให้ล้มไถลไปกลางถนนในจังหวัดนั้นเองมีทั้งรถเก๋งและรถมอเตอร์ไซค์ขับมาบนท้องถนนซึ่งหญิงสาวคนที่โดนผักนั้นถูกรถมอเตอร์ไซค์ชนจนได้รับบาดเจ็บ

        สำหรับเหตุการณ์ในคริสต์ที่มีการเผยแพร่กันนั้นเกิดเหตุการณ์ที่จังหวัดจันทบุรี  โดยช่วงเวลาที่เกิดเหตุนั้นเป็นช่วงเวลาประมาณเที่ยงวัน  อย่างไรก็ตามหลังจากที่มีการตรวจสอบข้อมูลแล้วปรากฏว่าเลขดังกล่าวนั้นผู้ที่ได้รับบาดเจ็บคือนางเบญจวรรณซึ่งเธอได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังว่าผู้ที่หักเธอในคลิปนั้นคือเพื่อนบ้านของพี่สาวสามีเธอซึ่งตัวนางเบญจวรรณนั้นไม่ได้มีการรู้จักกับคนร้ายแต่พี่สาวของสามีรวมถึงตัวของสามีของเธอนั้นมีปัญหากับคนร้ายมาก่อนหน้านั้นโดยเป็นปัญหาทะเลาะกันระหว่างเพื่อนบ้าน

          อย่างไรก็ตามนางเบญจวรรณกะว่าเธอนั้นไม่คาดคิดมาก่อนว่าด้วยเหตุการณ์ทะเลาะกันของเพื่อนบ้านเล็กๆในน้อยๆจะส่งผลทำให้ผู้ก่อเหตุลงมือกับเธออย่างโหดเหี้ยมเช่นนี้เพราะเมื่อนางเบญจวรรณเห็นคลิปทำให้เธอนั้นรู้สึกตกใจมากก็ภาพในคลิปนั้นผู้ก่อเหตุจงใจผลักเหมือนกับต้องการที่จะให้เธอนั้นถูกรถชนซึ่งถ้าหากรถที่มันชนเธอนั้นไม่ใช่รถมอเตอร์ไซค์แต่เป็นรถใหญ่อาจจะทำให้เธอถึงแก่ความตายได้และที่สำคัญหลังจากที่เธอจนได้รับบาดเจ็บแล้วผู้ก่อเหตุก็ยังไม่มีมาขอโทษหรือไม่มาแสดงความรับผิดชอบนะแต่นิดเดียวซึ่งในขณะนี้เธอและสามีได้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ  สภ. เมืองจันทบุรีเป็นที่เรียบร้อยแล้วให้ดำเนินคดี 

          อย่างไรก็ตามสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้นักข่าวได้มีการไปพูดคุยกับผู้ก่อเหตุโดยเธอมีชื่อว่านางสาวสุนันท์ซึ่งเคยยอมรับว่าเธอทำไปด้วยความโมโหและไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงถึงเพียงนี้โดยเธอยืนยันว่าเธอพักนางเบญจวรรณเพียงแค่เบาๆเท่านั้นโดยเธอยืนยันว่าเธอรู้สึกแค้นใจที่ถูกสามีของผู้บาดเจ็บและพี่สาวของสามีของผู้บาดเจ็บต่อว่าอยู่บ่อยครั้งทำให้รู้สึกเก็บกดจึงได้ไปก่อเหตุดังกล่าว 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.    ufabet ดีที่สุด

เซ็นค้ำประกันเป็นเหตุ  สุดท้ายกำลังจะโดนยึดบ้าน

        เซ็นค้ำประกันเป็นเหตุ  เมื่อวันที่ 16 เดือนพฤษภาคมปีพศ 2564   ได้มีชายคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในจังหวัดเพชรบูรณ์  ได้ติดต่อขอนักข่าวเพื่อขอร้องเรียนเกี่ยวกับบ้านที่ตนอยู่อาศัยอยู่ในตอนนี้กำลังจะถูกยึด โดยชายคนดังกล่าวนั้นเป็นผู้พิการโปลิโอมาตั้งแต่เกิด   เขาได้เล่าให้นักข่าวฟังว่า บ้านที่เขาอาศัยอยู่ในขณะนี้เป็นบ้านไม้ชั้นเดียวยกพื้นสูงเป็นบ้านที่เขาอยู่อาศัยกับพ่อแม่และน้องชายมาตั้งแต่เด็ก

และบ้านหลังนี้ก็เป็นสมบัติของแม่ของเขาแต่แล้วอยู่ๆเขาก็ได้รับจดหมายส่งมาจากทางกรมบังคับคดีแจ้งว่าจะมีการติดประกาศขายบ้านหลังนี้ทอดตลาด

             ซึ่งเขาและน้องชายค่อนข้างงงมากจะถามพ่อก็ไม่สามารถทำได้แล้วเนื่องจากพ่อเสียชีวิตมาปีกว่าแล้วเขาจึงได้มีการโทรไปสอบถามที่กรมบังคับคดีจึงได้รู้ว่าบ้านหลังดังกล่าวนั้นพ่อของเขาเคยไปเซ็นค้ำประกันการซื้อรถให้กับอาของเขาแล้วสุดท้ายของเขาก็ไม่ยอมจ่ายเงินปล่อยให้รถโดนยึดสุดท้ายแล้วศาลจึงสั่งให้อายัดบ้านหลังนี้ เพราะยังมีเงินต้องจ่ายส่วนต่างหลังจากยึดรถไปแล้วอีกประมาณ 7 หมื่นกว่าบาทชายคนนี้ยังบอกอีกด้วยว่าครอบครัวเขาไม่เคยมีใครรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย

              เพราะเอกสารจากหมายศาลไม่เคยส่งมาถึงครอบครัวของเขามารู้ตัวอีกทีก็ได้เอกสารว่าจะยึดบ้านเพื่อขายทอดตลาดแล้วอย่างไรก็ตามเขาได้มีการติดต่อไปทางอาของเขาเพื่อให้ออกมารับผิดชอบ   แต่อาของเขาก็นิ่งเฉย  ทำให้เขาไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร

เพราะตัวเขาเองขนาดนี้ก็เป็นคนพิการทำอะไรไม่ได้และไม่ได้มีเงินเก็บมากพี่จะไปใช้หนี้แทนผู้เป็นอาตอนนี้เขาและน้องชายได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักมากซึ่งเขาไม่รู้ว่าจะต้องติดต่อหน่วยงานไหนดังนั้นเขาจึงได้มีการร้องเรียนมาทางนักข่าวเพื่อให้ช่วยหาทางออกให้กับเขาด้วยในตอนนี้

           น้องชายของเขาเองก็เดือดร้อนไม่ต่างกันเพราะจากที่ต้องทำงานบริษัทมีเงินเดือนตอนนี้ก็ต้องออกมาจากงานเพื่อมาติดต่อกับหน่วยงานต่างๆวิ่งเต้นเพื่อที่จะทำอย่างไรก็ได้ให้บ้านไม่ถูกยึดอย่างไรก็ตามเขาได้มีการ ติดต่อไปยังกรมบังคับคดีโดยบอกกับทางเจ้าหน้าที่ว่าเขาเป็นคนพิการและเขาไม่มีเงินที่จะจ่ายหนี้ให้และไม่ต้องการให้ถูกยึดบ้านเพราะไม่เช่นนั้นเขาจะไม่มีบ้านอยู่อาศัยซึ่งทางกรมบังคับคดีก็เห็นใจและให้เขาผ่อนจ่ายเดือนละ 4,000 บาทได้

          อย่างไรก็ตามแต่เขาเป็นคนพิการที่ไม่ได้มีงานทำเพราะฉะนั้นเงินที่เขาก็มีใช้จ่ายในแต่ละเดือนก็คือเบี้ยเลี้ยงคนพิการซึ่งจะได้เพียงแค่เดือนละ 800 บาทเพียงเท่านั้นเขาจึงไม่รู้ว่าจะหาเงินก้อนนี้มาจากไหน เขาจึงอยากฝากเรื่องนี้ไปถึงคนที่พ่อเขาเซ็นค้ำประกันให้ว่าให้ช่วยออกมารับผิดชอบและเห็นใจเขาและครอบครัวของเขาด้วยเพราะเขาไม่สามารถที่จะรับผิดชอบแทนได้และที่สำคัญตัวเขาเองแล้วก็น้องชายไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลยจึงอยากให้หน่วยงานที่ติดตามหนี้ควรจะไปตามกับคนที่เป็นหนี้โดยตรงไม่ควรมาตามกับคนเซ็นค้ำประกันให้นั่นเอง 

ลูกค้าโต้กลับดราม่า รีสอร์ทเขาค้อ ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ 

           ลูกค้าโต้กลับดราม่า มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นประเด็นดราม่าร้อนแรงมากเมื่อมีหญิงสาวรายหนึ่งได้มีการโพสต์ภาพใน Application tiktok พร้อมทั้งมีการบรรยายเอาไว้เกี่ยวกับภาพที่เธอได้มีการโพสต์ลงเอาไว้ซึ่งเธอระบุว่าเธอได้เดินทางไปเที่ยวที่จังหวัดเพชรบูรณ์โดยเลือกเข้าพักที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งในอำเภอเขาค้อ 

โดยเธอระบุว่าเมื่อเธอเข้าพักเธอได้มีการสั่งอาหารจากทางรีสอร์ทและได้รับการบริการที่ไม่ค่อยประทับใจเนื่องจากอาหารสกปรกมีแมลงตกใส่นอกจากนี้อาหารราคาค่อนข้างแพงแต่ได้ปริมาณค่อนข้างน้อย

     หลังจากที่มีการโพสต์เรื่องนี้ถูกเผยแพร่ออกไปก็ทำให้คนในโลกออนไลน์ออกมาวิจารณ์ราคาอาหารเป็นจำนวนมากโดยมองว่าข้าวผัดกระเพรากุ้งในราคาที่ทางรีสอร์ทเลขเก็บถึงจานละ 230 บาทแต่กลับมีกุ้งในจานเพียงแค่ 4 ตัวนั้นเป็นราคาที่แพงมากจนเกินไปส่วนข้าวต้มกุ้งที่มีแมลงตกใส่ลอยเต็มจานข้าวนั้นทางคนในโลกออนไลน์ก็แนะนำให้ทางเจ้าของโพสต์ติดต่อทางรีสอร์ทเพื่อทำเรื่องขอคืนเงิน

         อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นไม่นานทางรีสอร์ทเองก็ออกมาตอบโต้และชี้แจงกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นโดยทางรีสอร์ทได้อธิบายถึงเหตุผลเกี่ยวกับราคาผัดกระเพราที่แพงซึ่งทางรีสอร์ทมองว่าทางรีสอร์ทให้บริการเต็มที่แล้วสำหรับอาหารที่มีแมลงตกใส่ทางรีสอร์ทได้มีการเปลี่ยนอาหารให้ส่วนผัดกระเพรานั้นราคาสมเหตุสมผลเนื่องจากว่ารีสอร์ทอยู่บนภูเขาต้องใช้ระยะเวลาในการเดินทางขนวัตถุดิบนานและลูกค้าสั่งในช่วงที่ครัวปิดแล้วจึงมีการคิดค่าบริการชาร์จเพิ่ม

       นอกจากนี้ทางรีสอร์ทยังระบุว่าถ้าหากลูกค้าไม่พอใจก็น่าจะมีการร้องเรียนทางรีสอร์ทตั้งแต่ตอนที่ยังเข้าพักอยู่เพราะว่าลูกค้านอนถึง 2 คืนด้วยกันแต่ลูกค้ามาโพสใน tiktok  ทำให้รีสอร์ทได้รับความเสียหายโดยทางรีสอร์ทยืนยันว่าจะมีการรวบรวมเอกสารทั้งหมดเพื่อทำการฟ้องร้องลูกค้าคนดังกล่าว 

          หลังจากเรื่องนี้รู้ไปถึงหูลูกค้าที่มีการโพสต์ข้อความในtiktok  เธอก็ออกมาตอบโต้ใหม่อีกครั้งหนึ่งโดยเธอระบุว่าที่เธอต้องพักถึง 2 คืนเนื่องจากว่าเธอมีการจองห้องพักล่วงหน้าเอาไว้แล้วและเธอไม่รู้ว่าสามารถคืนห้องพักได้ในขณะที่เรื่องของราคาอาหารนั้นเธอยืนยันว่ามีราคาที่แพงจนเกินไปเพราะเธอขับรถออกจากรีสอร์ทไม่ไกลมากนักก็มีร้านขายอาหารข้างทางซึ่งเธอสั่งผัดกระเพรากุ้งเหมือนกันแต่ราคาถูกกว่าและอร่อยกว่าของรีสอร์ท

         นอกจากนี้เธอยังชี้แจงด้วยว่าที่เธอต้องสั่งอาหารจากทางรีสอร์ทถึง 3 ครั้งด้วยกันนั้นก็เพราะว่าเธอกินอาหารที่ทางรีสอร์ทเตรียมเอาไว้คอยบริการลูกค้าที่เข้าพักไม่อิ่มเธอจึงต้องมีการสั่งอาหารกับทางรีสอร์ทเพิ่มซึ่งอันที่จริงแล้วรสชาติของอาหารก็ไม่ได้อร่อยถูกปากเลย 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  Gclub ฝากขั้นต่ำ50

ยกโขยงครอบครัวมากินชาบู แต่ไม่ยอมจ่ายเงิน อ้างไม่ได้สั่งพร้อมทั้งบอกมีเงินติด ตัวแค่ 200 บาท

        กินชาบูแต่ไม่ยอมจ่ายเงิน  เมื่อวันที่ 13 เดือนมิถุนายน ปีพ.ศ. 2564 ได้มีร้านชาบู  ชื่อว่า โค้ยกี้ หม้อไฟ  ได้ออกมาโพสต์เรื่องราวลงใน Social Media ของทางร้านโดยระบุว่า  ทางร้านได้เจอครอบครัวหนึ่งซึ่งมาด้วยกันทั้งหมด 4 คนมาหลอกสั่งอาหารเต็มโต๊ะและหลังจากกินอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ไม่ยอมที่จะจ่ายค่าอาหารโดยอ้างว่าทางร้านได้มีการนำอาหารมาส่งให้มั่วและพวกเขาไม่ได้เป็นคนสั่งหลังจากนั้นก็โยนความผิดว่ารูปของพวกเขาเป็นคนสั่งรวมถึงยังระบุว่าคิดว่าเป็นการกินแบบบุฟเฟ่ต์

 

ซึ่งจำนวนอาหารที่ครอบครัวนี้ได้มีการสั่งไปนั้นคิดเป็นเงินทั้งสิ้น 1085 บาท

อย่างไรก็ตามเมื่อทางร้านยืนยันที่จะเรียกเก็บเงินทางด้านคนเป็นแม่ก็ออกมาต่อว่าพนักงานและโวยวายเสียงดังทำให้แขกในร้านคนอื่นนั้นบางคนก็ลุกหนีออกจากร้านไปเลยในขณะที่พนักงานนั้นถูกด่าจนร้องไห้เลยทีเดียว

         อย่างไรก็ตามเมื่อทางเจ้าของร้านต้องการที่จะคุยกับลูกค้าผ่านทางโทรศัพท์เนื่องจากว่าเจ้าของร้านนั้นทำธุระอยู่ที่ กรุงเทพฯ  มาที่จะมาคุยได้  ปรากฏว่าผู้หญิงคนที่เป็นแม่นั้นยืนยันไม่ยอมรับโทรศัพท์จากเจ้าของร้านและทางเจ้าของร้านอย่ามาคุยกับลูกค้าก็จะต้องขับรถมาคุยกับลูกค้าเองและยืนยันว่าลูกค้าจะไม่ยอมจ่ายเงินทั้งนี้ยังๆ มีเงินติดตัวเพียงแค่ 200 บาทเท่านั้นแล้วถ้าหากว่าร้านชาบูอยากได้เงินทั้งหมดก็ต้องไปฟ้องร้องเอาเอง

           อย่างไรก็ตามหลังจากที่เจ้าของร้านไม่สามารถตกลงกับลูกค้าได้ในที่สุดก็ได้ทำการประชดลูกค้าด้วยการบอกให้กินฟรีซึ่งหลังจากที่ลูกค้ารู้ว่าทางร้านให้กินฟรีนั้นก็ยังกลับมานั่งกินอาหารที่โต๊ะเหมือนเดิมนอกจากนี้หลังจากกินอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว  หญิงคนที่เป็นแม่นั้นก็ยังมีการพูดกับพนักงานร้านก่อนที่จะเดินออกนอกร้านด้วยว่าขอบคุณที่ให้กินฟรี

         ซึ่งเรื่องราวนี้ทางเจ้าของร้านได้นำมาโพสต์ไว้ใน Facebook ของทางร้านเพื่อเป็นอุทาหรณ์และให้ร้านอื่นๆระมัดระวังลูกค้ารายนี้เอาไว้โดยทางเจ้าของร้านบอกว่าลูกค้านั้นแต่งกายดีพร้อมทั้งยังขับรถหรูดูมีราคาขนาดทะเบียนรถก็ยังเป็นทะเบียนรถหรูแต่กลับไม่มีเงินจ่ายเพียงแค่ค่าชาบูพันกว่าบาทเท่านั้น 

      อย่างไรก็ตามฉันได้เจ้าของร้านได้มีการโพสต์เพิ่มเติมด้วยว่าก่อนหน้าที่จะประชดให้ลูกค้ากินฟรีนั้นเขาได้มีการยื่นข้อเสนอให้กับลูกค้าหลายอย่างด้วยการไม่ว่าจะเป็นส่วนลด 10% ให้และเพิ่มเป็น 20 เปอร์เซ็นต์ให้ ไม่สนใจที่จะพูดคุยได้รับส่วนลดใดๆเลยยืนยันที่จะไม่จ่ายเพียงอย่างเดียวเท่านั้นและให้ทางร้านแจ้งความเอาผิดเด็กวัย 14 ปีซึ่งเป็นลูกชายเพราะเป็นคนสั่งอาหารมากินทั้งหมดนั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    ufabet ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ ออโต้

พนักงานร้านอาหารตะลึงเมื่อลูกค้าให้ทิปเป็นจำนวนกว่าสามแสนบาท 

       พนักงานร้านอาหารตะลึง   เว็บไซต์ต่างประเทศมีการรายงานข่าวออกมาเมื่อวันที่ 21 สิงหาคมปีพ.ศ. 2564 ว่าที่ประเทศสหรัฐอเมริกามีร้านอาหารร้านหนึ่งที่ชื่อว่าร้าน  wahoo  seafood grill ซึ่งร้านดังกล่าวนั้นอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนียได้มีการออกมาเปิดเผยข้อมูลทางผ่าน Facebook ของทางร้าน  โดยทางเจ้าของร้านได้กล่าวชื่นชมลูกค้าที่ไปใช้บริการที่ร้านรายหนึ่ง

           สำหรับข้อความที่เจ้าของร้านได้ชื่นชมลูกค้าผ่านทาง facebook นั่นก็เพราะว่า เมื่อวันที่ 17 เดือนสิงหาคมปีพศ 2564  ได้มีลูกค้ารายหนึ่งไปรับประทานอาหารที่ร้านซึ่งวันดังกล่าวนั้นเป็นวันที่ทางร้านแม่แทบไม่มีลูกค้าเลยและลูกค้าคนดังกล่าวเป็นลูกค้ารายแรกของทางร้านด้วยร้านดังกล่าวขายเป็นอาหารประเภทซีฟู้ดนับตั้งแต่มีการระบาดของไวรัส covid เข้ามาทำให้จำนวนลูกค้าที่มาใช้บริการที่ร้านลดลงซึ่งแน่นอนว่าทางร้านเองก็ประสบปัญหาอย่างหนักเรื่องของรายได้ที่เข้ามาในแต่ละวัน

       อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้เจ้าของร้านประทับใจรวมถึงพนักงานทุกคนภายในร้านต่างก็ประทับใจมากนั่นก็เพราะว่าเมื่อลูกค้ารายดังกล่าวสั่งอาหารเสร็จเรียบร้อยและรับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาได้มีการจ่ายค่าอาหารหลังจากนั้นก็มีการเรียกพนักงานทุกคนของทางร้านออกมาพูดคุยโดยเขามีการมอบเงินเป็นทิปให้กับพนักงานทุกคนโดยให้คนละ 1000  ดอลลาร์หรือ ถ้าหากคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณคนละ 33,000 บาทเลยทีเดียว ทั้งที่ในวันดังกล่าวนั้นลูกค้าทานอาหารไปเพียงแค่ 144.66 ดอลลาร์ เพียงเท่านั้น 

        อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ในครั้งนี้ลูกค้าที่ให้ทิปพนักงานสูงมากกว่า 300 บาทนั้นระบุว่าเขาเข้าใจดีว่าทุกคนกำลังประสบปัญหาความเดือดร้อนในยุคที่โควิคกำลังระบาดและเขาอยากเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือพนักงานทุกคนเมื่อก็มารับประทานอาหารที่นี่และเห็นถึงความลำบากของพนักงานทุกคนจึงอยากช่วยเหลือให้พนักงานทุกคนผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้

       ภายหลังจากที่พนักงานทุกคนเห็นทิพย์ที่ได้รับนั้นทุกคนต่างก็ตกตะลึงเพราะลูกค้ารายนี้ต้องจ่ายเงินเป็นจำนวนถึง สามแสนบาทกว่าบาทในขณะที่กินอาหารไปแค่เพียง 4800 บาทเท่านั้นและทุกคนรู้สึกซาบซึ้งกับการช่วยเหลือในครั้งนี้เป็นอย่างมากพนักงานทุกคนยืนยันว่าพวกเขาจะใช้เงินที่ได้รับมานี้อย่างดีที่สุด และสิ่งนี้สร้างความประทับใจให้กับพนักงานทุกคนมาก

      สำหรับทางด้านเจ้าของร้านเองก็ระบุว่าเขาไม่เคยเจอลูกค้าที่ใจดีอย่างนี้มาก่อนเขารู้สึกซาบซึ้งกับการช่วยเหลือของลูกค้ารายนี้เป็นอย่างมากอย่างไรก็ตามทางร้านไม่ได้ระบุชื่อหรือหน้าตาของลูกค้าที่ให้ทิปพนักงานในครั้งนี้โดยทางร้านระบุว่าลูกค้ายืนยันว่าไม่อยากที่จะเปิดเผยตัวตนนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย.  ufabet เว็บไหนดี

สาวตกงานชวนเพื่อมาดื่มเหล้า ก่อนสั่งลา และกระโดดจากชั้น 24 ลงมาเสียชีวิต

 

         กระโดดจากชั้น 24 ลงมาเสียชีวิต เมื่อช่วงเวลาตีหนึ่ง ของวันที่ 30  เดือนสิงหาคมปีพ.ศ. 2564  

เจ้าหน้าที่ตำรวจของสถานีตำรวจ สน. มักกะสัน  ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งได้ตกลงมาจากคอนโดแล้วเสียชีวิตซื้อคอนโดดังกล่าวนั้นเป็นคอนโดอยู่ในพื้นที่บริเวณย่านสถานบันเทิง RCA พระราม 9   เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงคอนโดดังกล่าวพบว่าคอนโดดังกล่าวนั้นมีความสูงทั้งหมด 24 ชั้นด้วยกันและศพตกลงมาติดอยู่ที่บริเวณชั้น 6 ซึ่งเป็นชั้นที่มีสระว่ายน้ำโดยศพนั้นตกลงมาอยู่ตรงบริเวณทางเดินริมสระว่ายน้ำพอดี 

            จากสภาพศพนั้นมีสภาพแข็งและขาหักทั้งสองข้างโดยศพที่กระโดดลงมานั้นเป็นเพศหญิงชื่อว่านางสาวจิรวรรณอายุ 34 ปีใกล้ๆกันนั้นก็มีผู้ชายคนหนึ่งอายุประมาณ 30 ปีระบุว่าเป็นเพื่อนของผู้เสียชีวิตกำลังยืนร้องไห้ด้วยความเศร้าโศกเสียใจอยู่    จากการให้ข้อมูลของเพื่อนชายของผู้เสียชีวิตระบุว่าผู้เสียชีวิตนั้นเป็นเพื่อนรุ่นพี่และมีอาชีพเป็นพนักงานทำงานในสถานบันเทิงในช่วงเวลากลางคืนแต่ในช่วงนี้ผู้เสียชีวิตค่อนข้างเครียดอย่างหนักเนื่องจากว่าไม่มีงานทำมาหลายเดือนแล้วเพราะการระบาดของไวรัสโควิคทำให้รัฐบาลประกาศปิดสถานบันเทิงเป็นการชั่วคราว 

           ในวันเกิดเหตุนี้ผู้เสียชีวิตได้มีการชักชวน นายโจซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นน้อง  มาดื่มเบียร์ที่ห้องเนื่องจากเกิดความเครียดเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าห้องและเจ้าของห้องจะทำการยึดผ่อนคืนภายในเดือนตุลาคมนี้แล้ว  ดังนั้นทั้งคู่จึงได้มีการซื้อเบียร์และโชจูมาผสมแล้วดื่มกันอย่างไรก็ตามเมื่อดื่มไปได้สักพักผู้เสียชีวิตเริ่มมีอาการเมา และเริ่มระบายความเครียดของตนเองให้เพื่อนรุ่นน้องฟัง

        นอกจากจะเครียดเรื่องของเงินไม่มีใช้แล้วยังเครียดที่พี่ชาย 2 คนติดเชื้อไวรัส covid อีกด้วยทำให้ผู้เสียชีวิตเกรงว่าตนเองนั้นจะติดเชื้อไวรัสโควิตเช่นเดียวกันซึ่งผู้เสียชีวิตได้ซื้อ ชุดตรวจ มาทำการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิตแล้วซึ่งผลปรากฏว่าเป็นลบแต่ผู้เสียชีวิตก็ยังคนข้างๆเป็นกังวลใจอยู่อย่างไรก็ตามเมื่อเมาได้ที่แล้วผู้เสียชีวิตก็พูดทำนองว่าจะไม่อยู่แล้วจะไปแล้วหลังจากนั้นผู้เสียชีวิตก็เดินไปที่ระเบียงแล้วกระโดดลงไปทันทีโดยที่เพื่อนรุ่นน้องไม่สามารถที่จะจับตัวไว้ได้ทัน

            อย่างไรก็ตามห้องพักของผู้เสียชีวิตนั้นอยู่ชั้น 24 ดังนั้นผู้เสียชีวิตจึงโดดลงมาตั้งแต่ชั้น 24 แล้วบอกมาอยู่ที่ชั้น 6 ทำให้สภาพร่างกายนั้นกระดูกหักหลายซี่และเสียชีวิตคาที่ทันที เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการตรวจสอบภายในห้องพักก็พบเบียร์และ shoujo แต่ไม่พบร่องรอยการต่อสู้กันหรือการรื้อค้นข้าวของซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าผู้ตายน่าจะเกิดจากความเครียดจึงตัดสินใจคิดสั้นอย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการตรวจสอบข้อมูลต่างๆเพิ่มเติมรวมถึงกล้องวงจรปิดของคอนโดด้วยเพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิตเพิ่มเติมต่อไป 

 

สนับสนุนโดย.  gclub สล็อตฟรี

ปัญหาธุรกิจในครอบครัว

         เกี่ยวกับเรื่องของธุรกิจนั้นถ้าหากเราเป็นเจ้าของธุรกิจเพียงคนเดียวสิ่งที่เราจะมีปัญหาขัดแย้งกับคนอื่นนั้นย่อมไม่มีเนื่องจากว่าเราบริหารการจัดการธุรกิจของเราเพียงคนเดียวเท่านั้น  ปัญหาธุรกิจในครอบครัว แต่เมื่อใดก็ตามที่มีการทำธุรกิจแบบครอบครัวมักจะมีปัญหาตามมาอยู่เสมอและปัญหาที่ตามมานั้นบางครั้งก็ทำให้คนในครอบครัวทะเลาะเบาะแว้งกันหรือแม้แต่ฆ่ากันก็มีเส้นเราสามารถเห็นได้จากข่าวสารต่างๆที่กลุ่มผู้มีเงินหรือพวกตระกูลใหญ่ๆ

มักจะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของการแก่งแย่งอำนาจกันในที่ทำงานการอยากเป็นใหญ่ในธุรกิจของครัวเรือนจนเป็นที่มาของการจ้างมือปืนมาฆ่าคนในครอบครัวของตนเองซึ่งในอดีตนั้นเคยเป็นคนที่อยู่ในครอบครัวเดียวกันและรักกันมาตลอดแต่เมื่อมีการแยกตัวออกมาเป็นครอบครัว

และทำให้ความเป็นพี่น้องนั้นหมดไปเพราะมีเรื่องของการเงินเข้ามาเกี่ยวข้องนั่นเองส่วนใหญ่ในสมัยอดีตนั้นการทำงานเป็นครอบครัวจะมีการแบ่งจ่ายเงินปันผลให้กับลูกหลานด้วยการจ่ายแบบกงสี  แต่ตอนนี้การจัดแบบกงสีลูกหลานเริ่มไม่พอใจอยากจะได้มากขึ้นกว่าเดิมอยากจะมีชื่อเสียงว่าเป็นเจ้าของธุรกิจเองดังนั้นหากมีการสร้างธุรกิจและช่วยกันทำในครัวเรือนเริ่มขยายใหญ่ขึ้นมีลูกเขยลูกสะใภ้เข้ามาเกี่ยวข้องควรจะมีการจัดทำเอกสารต่างๆให้เรียบร้อย

ชัดเจนว่าใครมีตำแหน่งหน้าที่อะไรและได้รับเงินเดือนเท่าไหร่มีอำนาจหน้าที่อย่างไรบ้างที่จะสามารถทำได้ในธุรกิจนั้นๆเพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมาในอนาคต ซึ่งทางที่ดีที่สุดในการให้คนในครอบครัวมาทำธุรกิจร่วมด้วยนั้นควรจะต้องมีการระบุตำแหน่งหน้าที่และการจ่ายเงินเดือนที่ชัดเจนไม่ควรจ่ายเป็นเงินปันผลอีกต่อไป

เพราะตอนรับเงินเดือนจะทำให้การดำเนินธุรกิจในครัวเรือนนั้นโปร่งใสน่าเชื่อถือและสามารถตรวจสอบได้คนในครอบครัวจะได้ไม่เกิดความอิจฉาริษยาซึ่งกันและกันซึ่งปัญหาเหล่านี้จะช่วยลดความขัดแย้งการทะเลาะกันของคนในครอบครัวได้อีกด้วยและถ้าหากจำเป็นที่จะต้องระบุผู้สืบทอดธุรกิจต่อนั้นเจ้าของธุรกิจหลักซึ่งเป็นพ่อแม่ก็ควรจะส่งต่อธุรกิจให้กับลูกของตนเอง

โดยการทำธุรกิจหรือทำธุรกรรมต่างๆก็ควรจะมีการแบ่งให้เท่าๆกันและแบ่งอำนาจหน้าที่ในการดำเนินธุรกิจให้ชัดเจน ไม่ควรลำเอียงให้คนใดคนหนึ่งมากกว่าอีกฝั่งหนึ่งก็น่าจะทำให้เกิดปัญหาตามมาภายหลังดังนั้นเกี่ยวกับเรื่องของการทำธุรกิจในครอบครัวนั้นจึงค่อนข้างมีความละเอียดอ่อนเป็นอย่างมาก

สิ่งที่สำคัญที่สุดจึงจำเป็นต้องมีการร่างเอกสารออกมาให้ชัดเจนสำหรับคนที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจครัวเรือนเบอร์ที่แต่ละคนนั้นจะได้เข้าใจอำนาจหน้าที่ของตนเองว่าทำอะไรได้บ้างจะได้ไม่ก้าวก่ายซึ่งกันและกันและจะได้ร่วมกันพัฒนาธุรกิจของตนเองให้ก้าวหน้าโดยไม่มีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกันนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย.  gclub ทดลองเล่นฟรี