ชายเร่ร่อนสิ้นใจตาย ริมถนน  ทำเอาชาวจังหวัดนนทบุรีพากันผวากลัวเป็นผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19

      ชายเร่ร่อนสิ้นใจตาย เมื่อวันที่ 7 เดือนกรกฎาคมปีพศ 2564    ชาวบ้านได้มีการติดต่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้มาช่วยเหลือชายคนหนึ่งเนื่องจากว่าชายคนดังกล่าวนั้นมีอาการหายใจไม่ออกและอยู่ในสภาพที่อิดโรย  โดยสถานที่เกิดเหตุนั้นอยู่ตรงบริเวณเชิงสะพานข้ามคลองบางตะนาวศรีซึ่งอยู่ในตำบลสวนใหญ่จังหวัดนนทบุรีอยู่ตรงบริเวณริมถนนพิบูลสงคราม

        เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รับทราบเรื่องจึงรีบประสานงานกับโรงพยาบาลพระนั่งเกล้าออกเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุทันทีอย่างไรก็ตามเมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยเดินทางไปถึงก็พบว่าชายที่ชาวบ้านแจ้งว่าหายใจไม่ออกนั้นในขณะนี้ได้เสียชีวิตก่อนหน้าที่เจ้าหน้าที่จะเดินทางไปถึงแล้วอย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ทุกคนที่เข้าปฏิบัติหน้าที่ตรงจุดดังกล่าวต่างก็พากันใส่เสื้อชุด ppe

          เนื่องจากว่าเป็นการป้องกันและเป็นการลดความเสี่ยงที่อาจจะติดเชื้อไวรัสโควิด-19  เพราะไม่รู้ว่าชายที่มีปัญหาเรื่องของการหายใจไม่ออกนั้นเป็นปัญหาด้านสุขภาพร่างกายเองหรือว่าเป็นปัญหาที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส covid ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ติดเชื้อไวรัส covid จึงจำเป็นที่จะต้องสวมชุดเพื่อให้เจ้าหน้าที่นั้นปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างปลอดภัย

        หลังจากที่ชายคนดังกล่าวเสียชีวิตแล้วทางด้านกู้ภัยจึงได้มีการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ทราบถึงผู้เสียชีวิตตรงบริเวณดังกล่าวเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาถึงก็ได้มีการสอบถามพูดคุยกับชาวบ้านและมีการค้นตัวชายที่เสียชีวิตซึ่งทราบว่าชายคนดังกล่าวนั้นเป็นคนจังหวัดสกลนครอายุ 45 ปีชาวบ้านให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเห็นชายคนดังกล่าวนี้เป็นระยะเวลานาน 1 ปีแล้วซึ่งชายคนดังกล่าวไม่มีบ้านอยู่อาศัยมักจะเห็นนอนอยู่บริเวณใต้สะพานพระราม 5 หรือไม่ก็นอนบริเวณตามริมถนนตรงป้ายรถเมล์อยู่เป็นประจำ

        ชายเร่ร่อนสิ้นใจตาย อย่างไรก็ตามชาวบ้านระบุว่าเคยเห็นชายคนดังกล่าวเข้าไปขโมยน้ำดื่มในร้านอาหารขายของริมทางซึ่งทางเจ้าของร้านเองก็รู้สึกสงสารจึงไม่ได้มีการแจ้งความแต่อย่างใดโดยทางชาวบ้านคาดว่าชายคนดังกล่าวนั้นจะเป็นคนเร่ร่อนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่

     อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการตรวจสอบข้อมูลพบว่าชายคนดังกล่าวนั้นก่อนที่จะกลายมาเป็นคนเร่ร่อนอยู่ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีเคยปฏิบัติหน้าที่ทำงานเป็นรปภให้กับห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งแต่เนื่องจากการระบาดของไวรัส covid ทำให้ทางห้างสรรพสินค้าจำเป็นต้องลดจำนวนพนักงานลง

และชายเร่ร่อนคนดังกล่าวคือหนึ่งในพนักงานที่ถูกเลิกจ้างหลังจากถูกเลิกจ้างแล้วชายคนดังกล่าวไม่ได้เดินทางกลับต่างจังหวัดแต่ยังคงเล่นซ่อนหางานทำอยู่ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล และนับตั้งแต่ที่มีการตกงานมาก็ยังไม่สามารถหางานทำได้จนกลายมาเป็นคนเร่ร่อนและเสียชีวิตในที่สุดนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย    gclub ฝากขั้นต่ำ 20

4 โจ๋เหี้ยม รุมกระทืบชายสูงวัย  ในวัดจนสลบ 

          เมื่อที่ 14 เดือนมิถุนายน ปีพ.ศ. 2564    เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านว่า รุมกระทืบชายสูงวัย ถูกทําร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บโดยคนร้ายได้ขโมยรถพ่วงข้างและได้ขโมยแหวนรุ่นของลูกชายที่เสียชีวิตไปด้วย  สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี  ซึ่งตรงบริเวณพื้นที่เกิดเหตุนั้นอยู่ในเขตพื้นที่ของวัดเขมาภิรตาราม ตรงบริเวณศาลาริมเขื่อน 

        โดยผู้บาดเจ็บได้ให้ข้อมูลทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าในช่วงเวลาเกิดเหตุนั้นเขาได้นั่งอยู่ที่ศาลาริมเขื่อนภายในวัดเนื่องจากว่าอยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจที่เพิ่งสูญเสียลูกชายไประหว่างที่กำลังนั่งคิดถึงลูกอยู่นั้นปรากฏว่ามีวัยรุ่นอยู่กลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาหาเรื่องซึ่งผู้บาดเจ็บได้มีการตอบโต้ไปว่าเขานั้นอายุมากแล้วและพ่อของเด็กๆเป็นรุ่นน้องเขาด้วย

        วัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวจึงไม่พอใจ รุมกระทืบชายสูงวัย เนื่องจากว่าได้ยินคำว่ารุ่นน้องเป็นคำว่าลูกน้องจึงได้รวมตัวกันทำร้ายร่างกายโดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพเหตุการณ์ไว้ได้ทั้งหมดอย่างไรก็ตามวัยรุ่นทั้งหมดที่อยู่ในที่เกิดเหตุนั้นมีด้วยกันทั้งหมด 10 คนแต่ที่ลงมือก่อเหตุทำร้ายร่างกายชายสูงวัยนั้นมีเพียงแค่ 5 คนเท่านั้นส่วนอีก 5 คนที่เหลือยืนดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ไม่ได้ห้ามปราม

        อย่างไรก็ตามในคลิปที่กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพเอาไว้ได้นั้นจะเห็นได้ว่าชายผู้บาดเจ็บนั้นพยายามยกมือไหว้ขอโทษเด็กวัยรุ่นแต่กลุ่มเด็กวัยรุ่นก็ยังคงทำร้ายจนชายคนดังกล่าวสลบหลังจากนั้นมีเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งพยายามที่จะถอดแหวนออกจากนิ้วของผู้บาดเจ็บซึ่งในขณะนั้นมีเพื่อนที่อยู่ในกลุ่มได้มีการห้ามไม่ให้เอาของผู้บาดเจ็บไป

          นอกจากนี้ในเด็กกลุ่มวัยรุ่นที่อยู่ในเหตุการณ์ยังได้พาผู้บาดเจ็บไปส่งที่บ้านหลังจากที่ทำร้ายผู้บาดเจ็บจนสลบแล้ว  จากเหตุการณ์ในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมกลุ่มวัยรุ่นที่ทำร้ายผู้บาดเจ็บได้ทั้งหมดโดยมีการแจ้งความดำเนินคดีทั้งหมด 5 คนด้วยกันในขณะที่ฆ่าคนที่เหลือที่ไม่ได้ทำร้ายคนเจ็บนั้นจะถูกกันตัวไว้เป็นพยานซึ่งกลุ่มคนร้ายเป็นเพียงแค่เด็กวัยรุ่นอายุระหว่าง 13 ถึง 20 ปีเพียงเท่านั้นเอง

       หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวได้ก็พาไปขอขมาผู้บาดเจ็บ ซึ่งทางคนเจ็บเองก็ให้อภัยกับวัยรุ่นทั้ง 5 คนด้วยในขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการนำตัวไปฝากขังในสถานพินิจแล้วทั้งหมด 4 คนด้วยกันส่วนอีก 1 คนนั้นติดไวรัสโควิด-19 อยู่ที่โรงพยาบาลรักษาอาการป่วยและเมื่อรักษาอาการหายแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจจะควบคุมตัวไปไว้ที่สถานพินิจเช่นเดียวกัน 

 

สนับสนุนโดย.    ufabet สมัคร

อย่าปล่อยลูกน้อยไว้กับโทรศัพท์  เพราะคุณอาจเสียเงินเป็นจำนวนมากโดยไม่รู้ตัว 

               เมื่อวันที่ 20 เดือน มิถุนายนปีพศ 2564 ได้มีผู้ใช้ Facebook รายหนึ่งเป็นชาวจีนเผยแพร่ข้อมูลที่สร้างความตกใจให้กับคนในโลกออนไลน์เป็นอย่างมากเนื่องจากว่าในภาพที่มีการแชร์นั้นจะเป็นชามก๋วยเตี๋ยวซึ่งทางด้านเจ้าของโพสต์ระบุว่าเป็นก๋วยเตี๋ยวที่มีการสั่งมาทั้งหมด 100 ถ้วยด้วยกัน  สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นกับครอบครัวหนึ่งซึ่งอยู่ในประเทศจีนในมณฑลจี๋หลิน  

     โดยทางด้านคนโพสต์นั้นระบุว่าตอนแรกที่เขาเห็นคนมาส่งก๋วยเตี๋ยวที่ห้องพักนั้นเขายังไม่รู้ว่า มีคนสั่งก๋วยเตี๋ยวเนื่องจากว่าพนักงานนำก๋วยเตี๋ยวมาส่งค่อนข้างเยอะต้องเดิน 7-8 รอบถึงจะเอาก๋วยเตี๋ยวทั้งหมดมาส่งได้ ซึ่งเขาคิดว่าเขาอาจจะถูกรางวัลหรือชนะการชิงโชคอะไรสักอย่างหนึ่งจึงมีคนส่งก๋วยเตี๋ยวมาให้เป็นของรางวัล

       อย่างไรก็ตามผู้เป็นพ่อเพิ่งมารู้ตัวหลังจากคนส่งก๋วยเตี๋ยวกับไปแล้วว่าก๋วยเตี๋ยวทั้งหมดที่ถูกนำมาส่ง 100 ถ้วยนั้นเป็นฝีมือการกดสั่งซื้อของลูกสาวของเขาเองโดยลูกสาวของ โทรศัพท์มือถือของเขาไปเล่นและอาจจะถึงกดสั่งซื้อไปเนื่องจากว่าเขาถูกหักเงินในการซื้อก๋วยเตี๋ยวของร้านบะหมี่จ๋าเจี้ยงเมี่ยนไปทั้งสิ้น 1350 หยวน  หรือถ้าหากคิดเป็นเงินไทยก็จะตกประมาณ 6,500 บาทเลยทีเดียว

      สำหรับลูกสาวของชายคนดังกล่าวนั้นอายุเพียงแค่ 3 ขวบเท่านั้นโดยปกติแล้วเด็กน้อยจะนำโทรศัพท์มือถือของคุณพ่อไปนั่งเล่นเกมซึ่งในวันดังกล่าวนั้นลูกสาวของเขาเอามือถือของเขาออกมาเล่นตามปกติโดยที่เขาไม่ได้สังเกตว่าลูกสาวของเขานั้นกดเข้าไปในเมนูใดบ้างซึ่งเขาคิดว่าลูกสาวของเขาอาจจะหิวจึงได้มีการเอามือถือกดสั่งซื้อบะหมี่มากินแต่อาจจะเผลอกดใส่ตัวเลขลงไปเยอะก็เลยได้ถึงร้อยถ้วยนั่นเอง

        อย่างไรก็ตามชายคนดังกล่าวได้มีการใช้วิธีการแก้ไขปัญหาของเขาว่าเขาไม่ได้มีการดุด่าลูกสาวของเขาเกี่ยวกับเรื่องของการเอามือถือไปกดสั่งอาหารและสูญเสียเงินไปถึง 6,500 บาทแต่เขาได้มีการสั่งสอนลูกสาวของเขาว่าการที่ลูกสาวของเขาเอามือถือไปกดสั่งอาหารโดยที่ไม่บอกกับผู้ปกครองนั้น ผลที่ตามมาเป็นแบบไหน

        นอกจากนี้เขายังได้แนะนำว่าถ้าหากครั้งต่อไปอยากจะกินก็ให้แจ้งกับผู้ปกครองสำหรับบะหมี่ที่ถูกนำมาให้นั้นเขาได้เก็บเอาไว้รับประทานเองเพียงแค่ประมาณ 8 ถ้วยเท่านั้นส่วนที่เหลือเขาก็เอาไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านและพนักงานที่ทำงานอยู่ตรงบริเวณที่พักอาศัยของเขา ซึ่งเขาเชื่อว่าเหตุการณ์นับจากนี้จะเป็นอุทาหรณ์ให้ลูกสาวของเขานั้นระมัดระวังการใช้งานโทรศัพท์มากขึ้น 

 

ขอบคุณผู้สนับสนุนเรื่องราวโดย.    Ufabet เข้าสู่ระบบ

สาวเอาทองไปจำนำ เพื่อจะเอาเงินไปซื้อนมให้ลูก เผลอทำเงินหล่น แป๊บเดียวมีคนเก็บไปแล้ว 

          เมื่อวันที่ 10 เดือน มิถุนายน ปี พ.ศ. 2564  ได้มีการแชร์ข้อความจักร Facebook เจ๊มอยเกี่ยวกับหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งเธอนั้นได้มีการนำทองที่มีอยู่ติดตัวไปทำการจำนำด้วยหวังว่าจะได้เงินดังกล่าวนั้นไปซื้อนมให้กับลูกของเธอได้กินแต่ปรากฏว่าหลังจากที่เธอเดินออกมาจากร้านทองและขึ้นรถมอเตอร์ไซค์กำลังจะไปซื้อนมให้ลูกอยู่นั้นเธอได้เผลอทำเงินตกตรงบริเวณหน้าร้านทองดังกล่าวโดยที่เธอไม่รู้ตัวและเธอก็ขับรถออกจากจุดนั้นทันที

        ซึ่งหลังจากเธอออกไปไม่นานก็ได้มีชายคนหนึ่งวิ่งมาเก็บเงินที่เธอทำตกเอาไว้ไปโดยหญิงสาวคนดังกล่าวไปรู้ตัวอีกทีนึงหลังจากที่เข้าไปที่ร้านสะดวกซื้อและหยิบของเสร็จเรียบร้อยแล้วกำลังจะจ่ายเงินทำให้รู้ว่าเงินของตนเองนั้นหายไปเมื่อมาขอกล้องวงจรปิดตรงบริเวณหน้าร้านทองดูก็พบว่าตนเองนั้นได้มีการทำเงินร่วงและมีคนเก็บเงินของเธอไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

          สถานที่เกิดเหตุนั้นเป็นบริเวณร้านทองแห่งหนึ่งซึ่งร้านทองแห่งนี้อยู่ใกล้กับตลาดไร่วนาสินซึ่งอยู่ในจังหวัดชลบุรีโดยร้านทองนั้นอยู่แถวบริเวณซอยคันทรีคลับช่วงเวลาที่เธอมาติดต่อร้านทองและทำเงินที่ได้จากการขายทองหายนั้นเป็นช่วงเวลาประมาณ 17:00 น ซึ่งกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงนั้นก็สามารถบันทึกภาพเอาไว้ได้ทั้งหมดโดยมีการบันทึกภาพตั้งแต่หญิงสาวขับรถมาจอดที่บริเวณหน้าร้านทองและเดินเข้าไปในร้านทองหลังจากนั้นสักพักนึงก็ออกมาและขี่รถมอเตอร์ไซค์ซึ่งจังหวะที่เงินร่วงออกจากกระเป๋าของหญิงสาวก็เห็นภาพอย่างชัดเจนเลยทีเดียว

       อย่างไรก็ตามเพจของเจ๊มอยระบุว่าอยากจะให้คนในโซเชียลช่วยกันแชร์ภาพออกไปเพื่อให้คนที่เก็บเงินได้นั้นได้เห็นและนำเงินมาคืนให้กับหญิงสาวคนดังกล่าวเพราะเธอนั้นไม่มีเงินติดตัวแล้วมีเพียงทองเส้นเดียวเท่านั้นที่นำไปติดต่อจำนำไว้ที่ร้านทองเพราะเธอต้องการที่จะเอาเงินมาซื้อนมให้กับลูกของเธอซึ่งในขณะนี้ลูกของเธอมีอายุเพียงแค่ 4 เดือนเท่านั้นนอกจากนี้เธอยังต้องเก็บไว้เป็นค่าใช้จ่ายของเธอและลูกอีกด้วย

          อย่างไรก็ตามยังไม่มีการระบุว่าหลังจากที่มีข่าวเผยแพร่ออกไปนั้นคนที่เก็บเงินได้มีการนำเงินมาคืนหญิงสาวหรือไม่แต่หลังจากที่เรื่องนี้ถูกเผยแพร่ออกไปก็มีคนใจดีเป็นจำนวนมากที่ติดต่อหญิงสาวเพื่อให้การช่วยเหลือนำนมมาบริจาคให้กับหญิงสาวรวมถึงช่วยเหลือด้านปัจจัยอื่นๆเพิ่มเติมซึ่งหญิงสาวคนดังกล่าวก็ระบุว่าในขณะนี้เธอยังไม่ต้องการเปิดการรับบริจาคเงินจากใครและเธออยากให้ชายคนดังกล่าวเอาเงินมาคืนเธอเพียงเท่านั้น 

 

สนับสนุนโดย  ufabet เว็บแม่

เด็ก 2 คน ป่วยลำไส้อักเสบหลังพบกินเยลลี่ลูกตา 

         สำหรับเรื่องอาหารการกินนั้นเราจำเป็นต้องเลือกกินอาหารที่ถูกสุขลักษณะ   และควรเลือกอาหารที่สะอาดที่สำคัญจะต้องไม่หมดอายุเพราะหากเรากินอาหารที่ไม่สะอาดหรือหมดอายุแล้วจะส่งผลต่อร่างกายของคนที่กินเข้าไปเป็นอย่างมากโดยเฉพาะส่งผลเกี่ยวกับเรื่องของการทำงานของลำไส้และกระเพาะอาหารนั่นเอง

         สำหรับเรื่องราวที่มีหญิงสาวคนหนึ่งได้มีการโพสต์ผ่านทาง Facebook ของเธอสามารถนำมาเป็นอุทาหรณ์ให้กับใครหลายๆคนในการพิจารณาเลือกซื้ออาหารการกินได้เป็นอย่างดีเพราะการที่เราจะเลือกซื้ออาหารของแต่ละที่มากินนั้นควรจะดูแหล่งการผลิตแหล่งที่มาของสินค้านั้นด้วยว่ามีความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหนและที่สำคัญเมื่อซื้อมาแล้วควรจะต้องดูวันหมดอายุรวมถึงรายละเอียดของข้อมูลของอาหารว่าทำมาจากอะไรมีอันตรายหรือไม่ก่อนที่จะนำมากิน

         สำหรับเรื่องราวคุณแม่ลูกสองที่มีการโพสต์ลงใน Facebook นั้นเธอได้มีการเล่าเรื่องที่เธอนั้นได้ซื้อขนมมาให้ลูกเธอรับประทานด้วยขนมดังกล่าวนั้นเป็นเยลลี่ลูกตาซึ่งลักษณะนั้นคล้ายกับลูกตาของคนมีความน่าเกลียดน่ากลัวแต่เป็นขนมเยลลี่ที่กินแล้วอร่อยอย่างไรก็ตามเธอได้ซื้อให้ลูกน้อง 2 คนของเธอกินและเมื่อลูกของเธอกินเข้าไปเพียงแค่ 2-3 ชิ้นเท่านั้นเด็กน้อยทั้งสองคนก็มีอาการปวดท้องทันทีที่สำคัญยังมีอาการไข้ขึ้นและคลื่นไส้อาเจียนอีกด้วยหลังจากนั้นเธอจึงรีบพาลูกของคุณของเธอนั้นไปที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจอาการทันที

        ซึ่งคุณหมอก็มีการวินิจฉัยออกมาว่าเป็นที่ลำไส้อักเสบดังนั้นเธอจึงสามารถสันนิษฐานได้ว่าสิ่งที่ทำให้ลูกของเธอเกิดปัญหาลำไส้อักเสบนี้ก็คือเยลลี่ลูกตานั่นเองเนื่องจากว่าอาหารอื่นๆนั้นเธอและทุกคนในครอบครัวกินเหมือนกันหมดยกเว้นขนมเยลลี่ลูกตาเท่านั้นลูกทั้งสองคนของเธอกินเหมือนกันและมีอาการเดียวกันเธอจึงได้นำเรื่องราวของลูกของเธอมาโพสต์ใน Facebook เพื่อเป็นการใช้อุทาหรณ์ให้กับคุณแม่รายอื่นๆให้ระมัดระวังในการเลือกซื้อของกินให้ลูกรับประทานควรจะดูแหล่งที่มาและที่สำคัญถ้าหากขนมนั้นมีความแปลกมากจนเกินไปก็ไม่ควรที่จะซื้อมาให้เด็กๆทานนั้นเอง

        สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมคุณแม่รายดังกล่าวได้มีการโพสต์ใน Facebook เพิ่มเติมด้วยว่าเธอพึ่งทราบมาว่าขนมเยลลี่ลูกตานั้นมีทั้งของจริงและของทำลอกเลียนแบบขึ้นมาซึ่งเธออาจจะโชคไม่ดีไปซื้อร้านค้าที่นำของลอกเลียนแบบมาทำให้ลูกของเธอนั้นกินเข้าไปแล้วเกิดเป็นโรคลำไส้อักเสบแต่อย่างไรก็ตามเธอระบุว่าเธอเข็ดกับขนมแปลกๆแบบนี้แล้วและเธอจะไม่มีการซื้อขนมแปลกๆให้ลูกกินอีกอย่างแน่นอน 

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

เหยื่อความรุนแรง หญิงไทยในอเมริกาถูก ทำร้ายร่างกาย 

           ในช่วงเวลานี้นอกจากทั่วโลกจะต้องเผชิญกับปัญหาการระบาดของไวรัสโควิด-19 แล้วในตอนนี้ยังต้องเจอกับปัญหาเรื่องของการเหยียดเชื้อชาติ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนเชื้อสายเอเชีย มักจะถูกทำร้าย ร่างกาย โดยต้นเหตุนั้นมาจากการที่ชาวต่างชาติทางฝั่งยุโรปและอเมริกามีความเชื่อว่าต้นเหตุของการเกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19 นั้นมาจากคนเชื้อสายเอเชียจึงทำให้หลายคนในโซนยุโรปและอเมริกามีความเกลียดชังคนเชื้อสายเอเชียเป็นอย่างมากแล้วก่อให้เกิดปัญหาการเหยียดเชื้อชาติตามมานั่นเอง

       จากการติดตามข่าวจากสื่อต่างประเทศจะเห็นได้ว่ามีคนเอเชียหลายคนที่ถูกทำร้ายร่างกายเช่นใช้ชาวจีนที่ไปใช้ชีวิตที่ต่างประเทศถูกรุมทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิตมีการเผยแพร่คลิปออกไปทั่วโลกในขณะเดียวกันก็มีหญิงชาวเอเชียที่นำสุนัขออกไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะใกล้บ้านถูกครอบครัวของชาวต่างประเทศรุมทำร้ายร่างกาย

      ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 เดือนพฤษภาคมปีพศ 2564   ได้มีหญิงสาวชาวไทยที่ไปใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศอเมริกาซึ่งเธอนั้นและจะอยู่ที่อเมริกานานถึง 8 ปีแล้วแต่ก็ยังประสบปัญหาการถูกทำร้ายร่างกายในขณะที่เธอนั้นเดินทางไปทำงานในช่วงเวลา 8:00 น ซึ่งเป็นช่วงที่มีคนเดินทางไปทำงานกันหนาแน่นโดยเธอทำร้ายร่างกายขณะที่กำลังจะขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดิน

        อย่างไรก็ตามคนร้ายได้มีการปล่อยใบหน้าของเธอจนมีร่องรอยการพกช้ำและแย่งโทรศัพท์มือถือของเธอไปซึ่งโชคดีมากที่คนร้ายทำร้ายร่างกายเธอบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้นแล้วหนีไปและยังมีพลเมืองดีที่อยู่ตรงบริเวณรถไฟฟ้าเข้ามาช่วยเหลือและเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจมาให้เธออย่างไรก็ตามเธอไม่รู้ว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นเป็นเพราะปัญหาเรื่องของการติดเชื้อชาติหรือไม่ซึ่งระหว่างที่คนร้ายทำการแย่งโทรศัพท์มือถือจากเธอนั้นคนร้ายได้มีการพูดถึงเรื่องของเชื้อชาติและไม่ได้พูดข้อความหยาบคายกับเธอแต่มีการข่มขู่ที่จะเอาโทรศัพท์จากเธอเท่านั้นเอง

        สำหรับหญิงสาวชาวไทยที่ถูกทำร้ายที่ สหรัฐในครั้งนี้เธอชื่อว่านางมัทนาการ   โดยเธอนั้นทำงานอยู่ที่ซานฟรานซิสโก    หลังจากที่เธอถูกทำร้ายร่างกายได้มีการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วซึ่งในขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่สหรัฐกำลังเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี 

       อย่างไรก็ตามความรุนแรงของคนเอเชียที่ถูกทำร้ายร่างกายจากชาวต่างชาติ  เกี่ยวกับเรื่องของการเหยียดเชื้อชาตินั้นมีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆไม่ใช่เพราะสังคมการทำงานเพียงเท่านั้นแต่ในสังคมในรั้วมหาวิทยาลัยเด็กนักเรียนที่เป็นชาวเอเชียแล้วไปเรียนที่ต่างประเทศต่างก็กำลังประสบปัญหาการโดนบูลลี่และถูกเหยียดเชื้อชาติเช่นเดียวกัน ซึ่งในขณะนี้คนดังจากทั่วโลกในหลายสาขาอาชีพต่างก็ออกมาเรียกร้องสิทธิเสรีภาพความเท่าเทียมกันและไม่ควรมีการบูลลี่และทำร้ายร่างกายกันไม่ว่าจะเป็นคนชาติเอเชียหรือชาติยุโรปก็ตาม

 

สนับสนุนโดย    วิธีเล่นบาคาร่า ufabet

ชายใจโหด จับสุนัขใส่กระสอบแล้วทุบหัว นำมาทำกับแกล้มกินกับเหล้า

      เมื่อวันที่ 17 เดือน พฤษภาคม ปี พ.ศ.2564  เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. ท่าบ่อ ได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านรายหนึ่งซึ่งเข้าแจ้งความให้จับกุมชายคนหนึ่ง เพราะมีการทารุณกรรมสัตว์  โดยชายคนดังกล่าวมีการถ่ายคลิปเอาไว้เป็นหลักฐานเอาไว้ด้วย  ซึ่งในคลิปจะเห็นหน้าชายคนที่ทุบตีหมาอย่างชัดเจน 

        เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งเหตุก็ลงพื้นที่ทันที่ เพราะทำการจับกุมตัวชายในคลิป เพราะปัจจุบันจะมีกฎหมาย เกี่ยวกับการฆ่าหมาอยู่แล้ว เป็น พรบ. ป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ซึ่งถ้าหากมีความผิดก็จะสามารถถูกจับกุมดำเนินคดีได้โดยจะถูกขังคุกไม่เกิน 1 เดือนและจะสามารถปรับเป็นเงินได้อีกไม่เกิน 10,000 บาท 

            เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงสถานที่เกิดเหตุตามในคลิปนั้นปรากฏว่าผู้ที่ลงมือก่อเหตุนั้นชื่อว่านายพิมาน  แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่พบเมื่อไปถามกับมารดาของนายพิมานข้างมารดาของนายพิมานก็ไม่ทราบว่าลูกหายไปไหนเพราะปกติร้านนายพิมานนั้นเป็นคนไม่ได้ทำงานเป็นหลักแหล่งมักจะดื่มสุราเป็นประจำทุกวันกับเพื่อน

           อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการตามไปยังบ้านหลังหนึ่งซึ่งเป็นบ้านของเพื่อนนายพิมานโดยเมื่อไปถึงก็พบว่าชายคนดังกล่าวชื่อว่าในคุณกำลังนั่งกินเนื้อสุนัขและเมื่อมีการสอบถามพูดคุยกันจึงได้รู้ว่าเนื้อสุนัขที่นั่งกินนั้นเป็นตัวเดียวกันกับที่นายพิมานได้จับใส่กระสอบปุ๋ยแล้วใช้ไม้ทุบตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคลิปจึงได้มีการควบคุมตัวชายคนดังกล่าวเพื่อพาไปยังจุดเกิดเหตุ

        ซึ่งในคุณก็ได้มีการพาเจ้าหน้าที่ตำรวจและนักข่าวไปดูจุดที่นายพิมานใช้ไม้ทุบหัวสุนัขจนเสียชีวิตและยังมีการพาไปยังจุดชำระเนื้อสุนัขเนื่องจากว่านายคุณเป็นคนชำแหละเนื้อสุนัขเองและนำมาประกอบอาหารเอง

      อย่างไรก็ตามหลังจากที่นายพิมานรู้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตามหาเกี่ยวกับเรื่องของการฆ่าสุนัขในพิมานก็ได้เดินทางไปที่สถานีตำรวจเพื่อทำการมอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งยังอยู่ในสภาพอาการเมาสุราโดยนายพิมานยืนยันว่าตนเองนั้นเป็นคนลงมือกระทำความผิดจริงแต่ไม่คิดว่าจะมีความผิดเนื่องจากว่าสุนัขที่จับมานั้นเป็นสุนัขจรจัดไม่มีใครเป็นเจ้าของและที่ต้องฆ่าเนื่องจากว่าสุนัขตัวดังกล่าวนั้นเข้ามากินไก่ภายในบ้านทำให้เกิดความไม่พอใจ

      อีกทั้งได้รับแรงยุจากแม่ของตนว่าให้ฆ่าสุนัขตัวดังกล่าวจะได้ไม่มาสร้างปัญหาให้กับครอบครัวของเขาอีกดังนั้นเขาจึงตัดสินใจจับสุนัขใส่กระสอบปุ๋ยแล้วนำไปทุบหวังนำมาทำกับแกล้มกินกับเหล้าพร้อมกับเพื่อน  อย่างไรก็ตามเมื่อกระทำความผิดแล้วก็จะต้องมีการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

สนับสนุนโดย    ufabet เว็บหลัก

รายละเอียดของการเปิดเทอมในช่วงโควิด-19 ระบาด 

            ในเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ไวรัสโควิคกำลังระบาดเป็นอย่างไรซึ่งบางจังหวัดนั้นเป็นพื้นที่สีแดงที่พบจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสในแต่ละวันนั้นเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆและด้วยเหตุปัจจัยที่ไวรัสโควิคกำลังระบาด

และทางรัฐบาลเองจำเป็นที่จะต้องมีการควบคุมจึงได้มีการประสานงานกับกระทรวงศึกษาธิการขอเลื่อนการเปิดเทอมไปก่อนซึ่งโดยปกติแล้วการเปิดเทอมจะเปิดภาคเรียนในวันที่ 17 เดือนพฤษภาคมพ.ศ 2554 แต่เนื่องจากสถานการณ์ของการระบาดไวรัสโควิด-19  ยังควบคุมไม่ได้การเปิดโรงเรียนไปจะส่งผลเสียมากกว่าผลดี  

           เพราะโรงเรียนเป็นสถานที่ที่เป็นศูนย์รวมของเด็กๆเป็นจำนวนมากและง่ายต่อการติดเชื้อซึ่งถ้าหากว่าเปิดโรงเรียนไปในช่วงที่ covid กำลังระบาดแบบนี้อาจจะทำให้เด็กนักเรียนที่เดินทางไปโรงเรียนติดเชื้อไวรัสโควิคเป็นจำนวนมากแล้วจะทำให้ควบคุมได้ยากดังนั้นทางด้านกระทรวงศึกษาธิการจึงได้มีการประกาศเลื่อนการเปิดเทอมไปก่อนเป็นวันที่ 1 เดือนมิถุนายนปีพศ 2564 

        โดยมีการประสานงานไปทางโรงเรียนต่างๆไม่ว่าจะเป็นเอกชนหรือของโรงเรียนของรัฐบาลว่าในช่วงวันที่ 17 –  31 เดือนพฤษภาคมนั้นให้ทางโรงเรียนได้มีการเตรียมการเรียนการสอนเพื่อเด็กนักเรียนจะได้มีความรู้โดยช่วงเวลานี้จะเป็นช่วงที่จะมีการเปิดการเรียนออนไลน์ซึ่งครูสามารถที่จะเรียนผ่านทางวีดีโอคลิปหรือผ่านทางโปรแกรมต่างๆเช่นโปรแกรมซูมหรือ Video Call ผ่าน LINE ก็ได้เช่นเดียวกันเพื่อให้เด็กนักเรียนนั้นได้มีการเตรียมความพร้อมก่อนที่จะมีการเปิดเทอม

         อย่างไรก็ตามนอกเหนือจากนี้แล้วเมื่อสิ้นสุดวันที่ 31 ซึ่งจะเริ่มมีผลในวันที่ 1 เดือนมิถุนายนเป็นต้นไปที่จะมีการเปิดการเรียนการสอนทางกระทรวงสาธารณสุขรวมถึงกระทรวงศึกษาธิการนั้นได้มีการพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องนี้ซึ่งมองว่าถ้าหากเป็นโรงเรียนขนาดเล็กที่โรงเรียนมีจำนวนเด็กนักเรียนไม่เยอะมากนักสามารถเปิดการเรียนการสอนได้เลยและต้องดูว่าเป็นโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีการระบาดของไวรัสโควิคเยอะด้วยซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นโรงเรียนตามต่างจังหวัด

         ในขณะเดียวกันถ้าหากว่าเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่และยังเป็นโรงเรียนที่อยู่ในโซนสีแดงซึ่งยังมีการระบาดของไวรัสโควิคอย่างหนักอาจจะต้องมีการเปลี่ยนวิธีการสอนจากการให้เด็กนักเรียนไปโรงเรียนเป็นการเรียนผ่านระบบออนไลน์แทนซึ่งปัจจุบันนี้มีทั้งโปรแกรมซูมรวมถึงมีการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมและยังมีพวก Application ต่างๆที่สามารถให้นักเรียนเรียนผ่านทางระบบออนไลน์ต่างๆเหล่านี้ได้นอกจากนี้คุณครูควรจะต้องมีการเตรียมแบบทดสอบส่งให้นักเรียนทำเป็นประจำเพื่อให้เป็นการประเมินผลความรู้ความเข้าใจของเด็กนักเรียนอีกด้วย

        อย่างไรก็ตามโรงเรียนไหนจะเปิดแล้วพร้อมที่จะให้เด็กนักเรียนไปเรียนที่โรงเรียนหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในช่วงเวลานั้นอีกด้วยว่ายังมีการระบาดของไวรัสโควิตหรือไม่ถ้าหากไม่มีการระบาดแล้วก็สามารถเปิดการเรียนได้ตามปกตินั่นเอง 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  Ufabet เข้าสู่ระบบ

คิวเตมไม่ได้ตรวจโควิดเสียชีวิตในคอนโดย่านจรัญสนิทวงศ์

โดยเหตุการณืนี้ถือว่าสลดใจมากมีผู้ชายอายุ45ปีเขาอยู่แถวจรัญสนิทวงศ์อยู่คอนโดคนรอบข้างหรือว่าเพื่อนติดกันหมดตัวเขาเองก็ต้องไปตรวจเพราะถือว่ามีความเสี่ยงสูงก็นัดรอคิวและคิวที่ได้ไปตรวจคือวันนี้แต่สุดท้ายไม่ทันเสียชีวิตก่อนที่จะได้รับการตรวจเชื้อคือยังไม่รู้ว่าเขาติดโควิดหรือเปล่ารอจพะไปตรวจกลับเสียชีวิตก่อน

เรื่องนี้พอมีข่าวออกมาก็ได้มีการเข้าไปตรวจสอบประมาณเกือบ6โมงเย็นที่ผ่านมามีเจ้าหน้าที่ไปรอที่จะนำเอาศพของผู้ชายวัย45ปีคนนี้ที่เสียชีวิตภายในคอนโดออกมาแถวจรัญสนิทวงศ์เสียชีวิตตอน11โมงเช้าห้องพักอยู่บนชั้น6ของคอนโดผู้ชายคนนี้ไม่รู้ว่าจะเป้นโควิด-19หรือเปล่า

เพราะว่าได้รอตรวจอยู่ข้อมูลจากเพื่อนสนิทของเขาสมมุติว่าเขาชื่อเอก็แล้วกันเพื่อนเขาชื่อบิวเป็นชวจังหวัดหนองคายบิวตอนนี้ติดโควิดรักษาโควิดอยู่ที่หนองคายบิวได้เล่าทีมข่าวฟังทั้งน้ำตาเขาได้พักอาศัยอยู่กับเอกที่เป็นเพื่อนกันมา5ปีแต่ช่วงโควิดที่ได้ระบาดอยู่ในระลอกนี้บริษัทที่บิวทำงานอยู่บอกให้เวิคฟอมโฮมอยากให้กับมาทำงานที่บ้านที่หนองคายจะได้ประหยัดค่าใช้จ่ายในเรื่องของค่าที่พัก

ส่วนเอกก็อยู่คอนโดเพียงคนเดียวที่จรัญสนิทวงศ์ช่วง10-15เมษายนที่ผ่านมาเอกได้มาจากกรุงเทพมาเยี่ยมบิวที่หนองคายเจอญาติและเพื่อนๆอีกหลายคน16เมษายน เอกได้กลับมากรุงเทพในวันนั้นบิวรู้สึกว่ามีไข้ไม่สบายเลยไปที่โรงพยาบาลแล้วก็ตรวจโควิด

ผลได้ออกมาวันที่18เมษายน บิวติดโควิดญาติพี่น้องของบิวก็ไปตรวจด้วยอีกหลายคนญาติพี่น้องของบิวติดโควิดก็เลยรีบแจ้งมาที่เอกอยู่ที่กรุงเทพบอกเอกต้องไปตรวจโควิดแล้วนะเพราะว่าเอกมาที่หนองคายนอกจากจะเจอบิวแล้วญาติพี่น้องอีกหลายรายที่ติดโควิด

ช่วงวันที่20เมษายน เอกได้เดินทางไปตรวจโควิดที่โรงพยาบาลศิริราชโดยใช้สิทธิประกันสังคมไปทั้งสองวันเลยแต่ไม่ได้รับคิวตรวจเลยบิวบอกว่าคิวมันเต็มบิวบอกว่าไปตั้งแต่21ไปตั้งแต่ตี5คิวก็เต็ม22-25เมษายนเอกได้กักตัวอยู่ในห้องของคอนโด

โดยใมนระหว่างนี้ทาง สสจ. หนองคาย ก็ช่วยประสานกับทางสาธารณะสุขที่จังหวัดกรุงเทพสาธารณะสุขวัดเจ้าอามที่กรุงเทพบอกว่าคุณเอกที่อยู่จุดนี้เขามาเจอคนที่หนองคายเขามีความเสี่ยงที่สูงก็ได้นัดประสานกันจนมาได้คิวตรวจ26เมษายน แต่เมื่อคืน25เมษายนอาการอยู่ดีก็ทรุดหนักและเสียชีวิตในเวลาต่อมาในวันที่26เมษายนช่วง11โมง

 

 

สนับสนุนโดย.  ufabet

น้องเจมส์วัย 18 ถูกสาวหลอกให้โอนเงิน  ก่อนจมน้ำตาย 

          เมื่อวันที่ 19 เดือนเมษายน ปีพศ 2564  เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านว่ามีคนพบศพ  ชายวัยรุ่นเสียชีวิตอยู่ภายในอ่างเก็บน้ำโครงการแก้มลิงชลประทาน  ซึ่งอ่างเก็บน้ำดังกล่าวนั้นอยู่ที่หมู่บ้านสะพานไทร  จังหวัดตรัง   ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตมีลักษณะของการจมน้ำเสียชีวิตแต่บริเวณที่ขาของผู้เสียชีวิตนั้นกลับมีเชือกไนลอนสีเขียวมัดเอาไว้ที่ข้อเท้าทั้งสองข้าง  เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีการสันนิษฐานว่าผู้เสียชีวิตนั้นน่าจะต้องการฆ่าตัวตายจึงมากระโดดน้ำที่อ่างเก็บน้ำดังกล่าว

         อย่างไรก็ตามทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจและมีการตรวจสอบพบว่าผู้เสียชีวิตนั้นชื่อว่านายตนุภัทรหรือน้องเจมส์อายุเพียงแค่ 18 ปีเท่านั้นหลังจากนั้นจึงได้แจ้งทางครอบครัวของน้องเจมส์เพื่อให้ทราบและรับศพไปทำการฌาปนกิจศพ  หลังจากที่ครอบครัวของน้องเจมส์ทราบว่าน้องเจนเสียชีวิตทางครอบครัวก็เสียใจเป็นอย่างมากและได้มีการนำโทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิตมาทำการตรวจสอบเพราะไม่เชื่อว่าน้องเจมส์จะฆ่าตัวตายโดยไม่มีสาเหตุ

           เนื่องจากว่าน้องเจนเป็นเด็กดีขยันและตั้งใจเรียนและเมื่อครอบครัวของน้องเจมส์มีการเปิดโทรศัพท์มือถือของน้องเจนขึ้นมาดูจึงพบข้อความที่น่าสงสัยเป็นข้อความที่น้องเจมส์คุยกับหญิงสาวคนหนึ่งในลักษณะที่หญิงสาวมีการส่งข้อความมาขอยืมเงินน้องเจนอยู่เป็นประจำและยังมีสลิปการโอนเงินจากเครื่องของน้องเจมส์ไปให้กับหญิงสาวคนดังกล่าวเป็นจำนวนหลายพันบาทที่สำคัญข้อความใน LINE ของน้องเจนนั้นยังมีระบุถึงว่าน้องเจนได้มีการทวงเงินกับหญิงสาวคนดังกล่าว  และข้อความสุดท้ายที่น้องเจมส์ส่งไปหาหญิงสาวคนดังกล่าวนั้นเป็นวันที่ 14 เดือนเมษายนพ.ศ 2564

      ซึ่งใจความของข้อความระบุว่าน้องเจนจะไม่อยู่แล้วและจะไม่มีใครได้เจอหน้าน้องเจนอีกแล้วอีกทั้งยังระบุในข้อความได้ว่าตลอดระยะเวลาที่คุยกับหญิงสาวมามีแต่คุยกันเรื่องเงินเรื่องทองอย่างเดียวรวมถึงพ่อให้เงินไปแล้วหญิงสาวก็ไม่ยอมคืนเงินดังนั้นถ้าคุณพ่อของน้องเจนจึงเชื่อว่าลูกชายของตนเองนั้นน่าจะมีสาเหตุมาจากการถูกหญิงสาวคนดังกล่าวหลอกลวงเอาเงินไป

       อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบเงินที่มีการโอนไปนั้นปรากฏว่าเป็นเงินที่น้องเจนไปทำการกู้ยืมเงินมาจากทางกยศเพื่อที่จะเอาเงินดังกล่าวนั้นมาใช้สำหรับเรียนต่อและยังมีเงินเก็บที่น้องเจมส์ไปทำงานแล้วเก็บเอาไว้เพื่อใช้เป็นทุนในการศึกษาซึ่งครอบครัวของน้องเจมส์ชื่อว่าน้องเจนน่าจะเกิดจากความเครียดที่เงินที่เตรียมไว้เรียนนั้นหายไปหมดเพราะหลังจากที่มีการตรวจสอบข้อความใน LINE และไปเช็คเงินในบัญชีของน้องเจมส์ปรากฏว่าเงินเหลือเพียงแค่ 60 บาทเท่านั้น ซึ่งจากหลักฐานทั้งหมดทำให้ยืนยันได้ว่าน้องถุกหลอกให้โอนเงินให้จึงคิดสั้นฆ่าตัวตาย 

 

 

สนับสนุนโดย.  gclub สมัครสมาชิก