ครูสาวซ้ำใจถูก แฟนหนุ่มเทงานแต่ง หลอกให้รัก  แล้วกลับไปจดทะเบียนสมรสกับแฟนเก่า 

ว่าที่เจ้าสาว ซ้ำรัก  วางแผนเตรียมงานแต่งทุกอย่างไว้ครบทุกอย่าง  กำลังจะได้ใช้ชีวิตคู่กับแฟนหนุ่ม  ซึ่งทั้งคู่นั่นมีอาชีพรับราชการครู  ทั้ง2คน   คบหาดูใจกันมาได้ประมาณ 2 เดือน  ก็ตงลงกันว่าจะจัดงานแต่งงานให้สมเกียรติทั้งคู่   ฟังดูแล้วเหมือนจะราบรื่น

แต่เรื่องราวจากดี กลายเป็นเรื่องร้ายสำหรับว่าที่เจ้าสาว    ทำร้ายจิตใจโดยโดน บอกเลิกและยกเลิกงานแต่งทั้งหมดที่จะเกิดขึ้น 

ซึ่งหลังจากนั้นครูน้ำ   ว่าที่เจ้าสาว ก็มาโพสต์ข้อความระบายในเฟชบุ๊ค กับเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตนเอง ถึงเรื่องเลวร้าย   โดนหลอกให้รัก  ฝ่ายชายแอบคบซ้อน   และไปจดทะเบียนกับแฟนเก่า    เรื่องราวทั้งหมดยอมรับว่าเป็นเรื่องของคน2คน แต่อยากแชร์ประสบการณ์ที่ตนเองเจอ  โดยโดนฝ่ายชายทำร้ายจิตใจ จนอาการโรคซึมเศร้ากำเริบ   

เนื่องจากว่าระหว่างทางที่คบหาดูใจกันนั้นก็มีเรื่องราวเกิดขึ้นจากความเจ้าชู้ของฝ่ายชาย  โดยมีหญิงสาวคนหนึ่งทักทายมาช่องแชทเฟชบุ๊คมาหาครู น้ำ 

ซึ่งประมาณถามว่าเห็นลงรูปคู่กับ ครูเก้า  ฝ่ายชายเป็นอะไรกัน ทางครูน้ำ ผู้เสียหายก็แจ้งว่าเป็นแฟนกันและกำลังจะแต่งงานกัน  ทางฝ่ายหญิงแฟนเก่าอีกคนนั้นก็แจ้งกับครูน้ำว่า  ครูเก้า ฝ่ายชายนั้น  ทำเรื่องกู้สัญญาซื้อบ้านไว้กับฝ่ายหญิง  แฟนเก่า   หลังจากทราบเรื่องครูน้ำก็ได้พูดคุยกับครูเก้า  ทำไมมีเรื่องราวนี้เกิดขึ้น ทางฝ่ายชายก็แจ้งว่าได้เลิกรากันไปแล้ว 

ซึ่งก่อนหน้านั้นก็ได้มีการกู้ทำสัญญาซื้อบ้านกัน  แต่เกิดการทะเลาะกัน  งอแง กัน  ทางฝ่ายชายมาเจอกับครูน้ำ  ก็เลยตัดใจจากฝ่ายแฟนเก่าแล้วมา คบครูน้ำ    จากนั้นทั้ง 3 คนก็ได้มีการตกลงกันแล้ว  ฝ่ายชายยืนยันจากปาก ทางโทรศัพท์ บอกว่ารักครูน้ำ และเลิกกับแฟนเก่าแล้ว ทุกอย่างจบ แล้วเรื่มต้นใหม่   

ตกลงแต่งงานกัน  แต่ฝ่ายชายก็บอกมาแล้วว่าไม่พร้อมเรื่องเงินทอง   ทางฝ่ายครูน้ำ ด้วยความที่รักแฟน ก็ออกค่าใช้จ่ายเอง  ทั้งหมด  แต่บอกกับครูเก้า ฝ่ายชายว่าไม่เสียค่าใช้จ่าย  ฝ่ายเจ้าบ่าวจะได้ไม่เครียดกับงานแต่งงาน และเรื่องเงิน  ฝ่ายครูน้ำ ดูแลหมด  แต่จากนั้นทางครูเก้า ว่าที่เจ้าบ่าวกลับไปคบกลับแฟนเก่า  คนที่ทักมาหาครูน้ำ   ทำให้ครูน้ำเสียความรู้สึก   

ต้องการเรียกร้องค่าใช้จ่ายที่ได้จ่ายไปทั้งหมดคืน    จะมาอ้างเพราะครูน้ำ เป็นโรคซึมเศร้า  ทำให้อยู่ด้วยกันไม่ได้ อารมโมโหร้าย   อยู่กันต่อไปไม่ได้  ขอจบแยกย้ายกัน และบล็อกการติดต่อทุกช่องทาง     ทำให้ครูน้ำติดต่อทางครูเก้าไม่ได้   ได้ร้องไปยังโหนกระแส เพื่อให้มาชำระเงินทั้งหมดที่มีค่าใช้จ่าย

 

สนับสนุนเนื้อหาโดย  www.ufabet.com เริ่มเดิมพัน

พยาบาลสาวถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกสูญเงินเกือบ 1 ล้าน 

             เรื่องราวของแก๊งมิจฉาชีพที่มักจะโทรหาผู้คนโดยอ้างว่าโทรมาจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติบ้างหรือสถานีตำรวจสนไหนบ้างเกี่ยวกับเรื่องของการพบการส่งพัสดุไปต่างประเทศแล้ว

ตรวจพบว่ามีการกระทำผิดกฎหมายหลังจากนั้นก็จะให้โอนเงินเพื่อมาตรวจสอบและรับปากว่าหลังจากตรวจสอบเสร็จแล้วภายในระยะเวลาเพียงแค่ 1-2 ชั่วโมง

ก็จะมีการโอนเงินคืนซึ่งมิจฉาชีพใช้กลเม็ดนี้หลอกลวงผู้คนเป็นจำนวนมากแล้วก็มีข่าวโด่งดังตลอด 2-3 เดือนที่ผ่านมา

            อย่างไรก็ตามก็ยังมีคนที่หลงเชื่อมิจฉาชีพทั้งที่ก็ใช้มุขเดิมในการหลอกให้โอนเงินไปให้ซึ่งล่าสุดเป็นถึงพยาบาลของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรสงครามถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงินให้สูญเงินเกือบ 1 ล้านบาทเลยทีเดียวโดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 เดือนมีนาคมปีพศ. 2565

พยาบาลสาวรายนี้บอกว่าเธอได้รับสายจากเบอร์แปลกๆระบุมาว่าเธอนั้นได้มีการส่งพัสดุไปต่างประเทศแต่เมื่อตรวจสอบด้านในของพัสดุกับพบว่ามีสิ่งผิดกฎหมายนั้นก็คือมีบัตร atm และมีพาสปอร์ตซุกซ่อนอยู่

           ซึ่งตอนนี้พัสดุนั้นอยู่ที่กรมศุลกากรจังหวัดเชียงใหม่โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสงสัยว่าหญิงสาวที่เป็นพยาบาลจะ แอบทำผิดกฎหมายโดยการส่งใบพาสปอร์ตปลอมไปให้คนจีนอย่างไรก็ตามวิชาชีพระบุว่าถ้าหากว่าเธอนั้นไม่ได้เป็นคนทำก็จะให้คุยกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เพื่อจะได้ทำการเคลียร์คดีนี้โดยเร็วและถ้าหากว่าไม่รีบดำเนินการจะมีผลต่อเงินในบัญชีของตัวเธอเองและบัญชีของคนในครอบครัวคนอื่นๆด้วยทั้งนี้ยังมีการต่อสายให้พูดคุยโดยปลายทางระบุว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการส่งรูปภาพโปรไฟล์ว่าตนเองนั้นเป็นตำรวจจริงด้วยการแต่งเครื่องแบบตำรวจรวมถึงมีการถ่ายบริเวณด้านหน้าสถานีตำรวจของจังหวัดเชียงใหม่ให้เห็นอีกด้วยทำให้พยาบาลสาวซึ่งเป็นเหยื่อหลงเชื่อ

            พยาบาลสาวถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอก  หลังจากนั้นก็ทำการโอนเงินไปให้มิจฉาชีพซึ่งโอนไปทั้งหมด 5 ครั้งด้วยกันคิดเป็นเงินประมาณ 8.49 แสนบาท

โดยระยะเวลาในการโอนนะเพียงแค่ 1 ชั่วโมงเพียงเท่านั้นเองอย่างไรก็ตามหลังจากโอนไปเสร็จเรียบร้อยแล้วพี่สาวก็ไม่สามารถติดต่อแกมิจฉาชีพได้เลยทำให้เธอนั้นมั่นใจว่าตัวเองนั้นถูกมิจฉาชีพหลอกลวงจึงได้นำหลักฐานการโอนเงินไปแจ้งความเพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามหามิจฉาชีพและดำเนินคดีโดยมีการแจ้งความไว้ที่สภ. เมืองสมุทรสงครามนั่นเอง

           อย่างไรก็ตามพยาบาลสาวรายนี้ระบุว่าเงินที่เธอโอนให้กับมิจฉาชีพนั้นเป็นเงินที่เธอเก็บมาทั้งชีวิตของเธอและเงินนี้เธอหวังว่าจะเอาไว้ใช้จ่ายในการสร้างบ้านให้พ่อเธออยู่แต่เธอนั้นกลับต้องมาถูกมิจฉาชีพหลอกลวงซึ่งเธอนั้นรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากเลยทีเดียว 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย      ีดฟิำะ

หนุ่มยิงชู้ของภรรยา  เสียชีวิต ที่หน้าว่าการอำเภอ

           เมื่อวันที่ 10 เดือนมีนาคม ปีพ.ศ. 2565 ช่วงเวลาประมาณ 13:10 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุว่ามีเหตุการณ์ยิงกันที่บริเวณลานจอดรถที่อยู่ที่ว่าการอำเภอพนมสารคาม    จังหวัดฉะเชิงเทรา 

โดยเหตุการณ์ยิงกันในครั้งนี้มีผู้บาดเจ็บ 1 คนอยู่ในอาการสาหัสได้มีการประสานงานให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลพนมสารคามเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

     เมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงยังจุดเกิดเหตุผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ยืนยันว่าคนที่ก่อเหตุยิงกันนั้นเป็นชาย 2 คน

โดยระบุว่าชาย 2 คนนั้นเป็นสามีเก่ากับสามีใหม่ของหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งคนที่ได้รับบาดเจ็บนั้นคือสามีใหม่ส่วนที่เป็นมือปืนนั้นเป็นสามีเก่าใช้อาวุธปืน 11 มม.ยิงไปที่สามีใหม่จำนวนหลายนัดด้วยกัน

โดยทั้งคู่นั้นมาเจอกันโดยบังเอิญตรงบริเวณด้านหน้าที่ว่าการอำเภอ  

        หลังจากที่ยิงคนจนได้รับบาดเจ็บและผู้ก่อเหตุก็ได้เดินไปบริเวณด้านข้างของโรงพักเจอกับเจ้าหน้าที่ตำรวจรายหนึ่งจึงได้มีการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าตนเองเพิ่งไปยิงคนได้รับบาดเจ็บ

 

หนุ่มยิงชู้ของภรรยา  เสียชีวิต ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้มายังจุดเกิดเหตุและได้ทำ pcr ก่อนจะมีการส่งตัวผู้บาดเจ็บไปรักษาอาการบาดเจ็บที่โรงพยาบาลเบื้องต้นพบว่าผู้บาดเจ็บถูกยิงรวมกันทั้งหมด 5 นัด

        จากคำให้การของผู้ลงมือก่อเหตุยืนยันว่าตัวเขามีภรรยาอยู่ 1 คนอยู่กินกันมานานเกินกว่า 10 ปีแล้วและมีลูกอยู่ด้วยกันสองคน  อย่างไรก็ตามผู้ก่อเหตุให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าในช่วง 2 เดือนแล้วหลังที่ผ่านมานั้นเขามีความรู้สึกว่าภรรยาของเขานั้นเปลี่ยนไปและสงสัยว่าภรรยาอาจจะแอบมีผู้ชายคนใหม่จึงได้เฝ้าพยายามสะกดรอยตามดูแล้ว

ก็พบว่าภรรยามากับผู้ชายคนใหม่จริงซึ่งผู้ชายคนใหม่นั้นมีอาชีพเป็นคนขับรถบรรทุกเมื่อเห็นภรรยามากับผู้ชายใหม่ทำให้ตัวเขานั้นเกิดโมโหจึงใช้อาวุธปืนที่พกติดตัวมายิงสามีใหม่ของภรรยาของตนเองทันที  เนื่องจากไม่พอใจที่ภรรยามากับชายชู้

          อย่างไรก็ตามหลังจากที่ยิงเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาก็เดินข้ามมาอีกฝั่งหนึ่งของถนนซึ่งเป็นสถานีตำรวจและเข้ามอบตัวนั้นเอง 

               อย่างไรก็ตามมีรายงานเพิ่มเติมว่าช่วงประมาณ 15:00 น. ทางโรงพยาบาลได้มีการประกาศออกมาว่าผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ถูกยิงที่ถูกส่งตัวมารักษาในขณะนี้เสียชีวิตเป็นที่เรียบร้อยแล้วเนื่องจากว่าเสียเลือดมากซึ่งในขณะนี้ญาติของผู้เสียชีวิตได้มีการเตรียมเอกสารมาที่โรงพยาบาลเพื่อจะนำร่างผู้เสียชีวิตกลับไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาที่วัดโดยจะมีการจัดงานศพขึ้นที่วัดชายเคืองวนาราม 

 

สนับสนุนเนื้อหาโดย  www.ufabet.com ลิ้งเข้าระบบ

เจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัดสมุทรปราการ จับได้แล้ว มือฆ่าปาดคอ ย่านพระประแดง 

หลังจากเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2566 ได้มีเหตุ หญิงถูกฆาตกรรมในห้องพักย่านพระประแดง เสียชีวิต คาห้องทันทีถูกฆ่าปาดคอ นอนจมกองเลือด ภายในห้องพัก ไม่พบทรัพย์สิน ถูกรื้อค้น มีแต่สร้อยทองและทองรูปพรรณและเงินสดของผู้เสียชีวิตสูญหายไป

ก่อนที่จะดำเนินการสืบหาผู้ก่อเหตุ ในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวแฟนหนุ่มของผู้เสียชีวิตไปสอบสวนโดยแฟนหนุ่ม ได้ให้ข้อมูลว่าแฟนสาวเป็นคนชอบใส่สร้อยทอง โดย เคยเตือนแล้วว่าอย่าใส่ออกไปข้างนอกเพราะจะเกิดอันตรายได้ เป็นห่วง ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ แต่สุดท้ายแล้ว แฟนสาวกลับถูกมาค่าเสียชีวิตค่าห้องพัก

โดยเฉพาะ ผู้ก่อเหตุน่าจะหวัง ทองและเงิน จึงได้ ค่าและหลบหนีไปจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้แยกย้ายกันไปสืบ ดาว หากล้องวงจรปิดพื้นที่ใกล้เคียง จนได้ข้อมูลของผู้ก่อเหตุ เป็นชายวัย 27 ปี ซึ่งที่หน้าช็อกไปกว่านั้นคือ ชายคนนี้ ทำงานอยู่ที่เดียวกับผู้ตาย และรู้จักกัน อยู่ในโรงงานเดียวกัน

นายคนนี้มีชื่อว่า นายนิรันดร์ ธรรมทวี พื้นเพแล้วเป็นชาวจังหวัดศรีสะเกษ ได้มาทำงานอยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการ แต่มีอาการ ติดยา และคุมสติตัวเองไม่ได้ ได้ออกมา ชิงทรัพย์และค่าปาดคอในครั้งนี้ ท่าทีของผู้ก่อเหตุ หลังจากที่โดนเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ ไม่มี ท่าทาง เครียด หรือเกรงกลัวเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใด

จับได้แล้ว มือฆ่าปาดคอ พูดจะสอบถามพูดคุยได้ตามปกติ ทางนายนิรันดร์ ผู้ก่อเหตุ ให้ข้อมูลกับตำรวจเบื้องต้นว่า ไม่ตั้งใจที่จะฆ่าตั้งแต่แรก

ตั้งใจจะมาลักทรัพย์ เพราะจะหาเงินมาใช้จ่ายในช่วงสงกรานต์ด้วยและไม่คิดว่า ผู้ตายจะนอนอยู่ภายในห้อง แต่ทางนายนิรันดร์ เห็นผู้ตายอยู่ภายในห้องก็พยายามจะค้นหาทรัพย์สินภายในห้องที่มีค่าสามารถนำไปขายต่อ กลับมาเป็นเงิน ได้นั้น

ผู้เสียชีวิตได้ตื่นขึ้นมายืนจ้องผู้ก่อเหตุ นายนิรันดร์จึงได้ขู่ไปว่า อย่ามาเข้าใกล้ ไม่งั้นจะฆ่าให้ตาย  ufabet เว็บหลัก   แต่ผู้ตาย ไม่ได้เกรงกลัวแต่อย่างใด ได้เข้ามาจับที่ปลายมีดของตน จึงได้แทนไปที่ลำตัว จนนอนจมกองเลือดสุดท้ายจึงลงมือปาดคอ เพื่อให้เสียชีวิต ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้พบตัวในรีรันดร์ อยู่ที่ห้องพักห้องเช่าแห่งหนึ่ง ที่อยู่ติดกับสถานี ตำรวจ บางเสาธงของจังหวัดสมุทรปราการ

เจ้าหน้าที่ตำรวจประสานงานกันได้ดีมากและรวดเร็วในการปิดคดีในครั้งนี้ ได้จ้องดู และคอยตามผู้ก่อเหตุมา จนมาจับกุมได้ในวันที่ 15 เมษายน 2566 ช่วงหัวค่ำของวันนั้น ในห้องพักยังพบสร้อยคอทองคำของผู้ตาย และเงินสด ที่เหลือ จากที่ได้นำทอง รูปพรรณไปขายได้เงินมาจำนวนหนึ่ง ประมาณ 60,000 บาท

แต่เงินสดเหลืออยู่ประมาณ 40,000 บาทเท่านั้น สอบถามเรื่องของกระเป๋าสะพายของคนตาย ทางในนิรันดร์ผู้ก่อเหตุ ให้ข้อมูลว่าได้ไปทิ้งอยู่แถวป่า ริมน้ำที่ตำบลบางบ่อ เพื่อทำลายหลักฐาน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวไปยังพื้นที่ เพื่อหาหลักฐานในครั้งนี้ก็พบกระเป๋าของผู้ตายตามที่นายนิรันดร์ผู้ก่อเหตุให้ข้อมูลไว้ภายในก็ยังพบมีดที่ใช้ก่อเหตุ เปื้อนเลือดของผู้ตายด้วย มีเสื้อผ้า และ กล่องใส่สร้อยทองของผู้ตายเองด้วย

ตำรวจจึงจะนำตัว มาทำการ ทำแผนประกอบในคดีในวันถัดไป ซึ่งข้อมูลบางส่วน ที่ได้เพิ่มเติมมาอีกนั้นนายนิรันดร์ผู้ก่อเหตุ ให้ข้อมูลว่า ที่ได้ลงมือฆ่าไปนั้นเพราะรู้จักกับผู้เสียชีวิต ซึ่งกลัวว่าหากผู้เสียชีวิตรอดจะนำเรื่องไปแจ้งทางโรงงานอาจจะทำ ให้ตนเองนั้นตกงาน

จึงตัดสินใจที่ลงมือฆ่าและหลบหนีไปคิดว่า หนีได้พ้นแต่สุดท้าย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะนำตัวไปทางสถานีตำรวจ เพื่อ ลบข้อมูล ไว้เป็นหลักฐานและเตรียม ตัวผู้ก่อเหตุไปทำแผน ประกอบ ที่เกิดเหตุด้วย

ดราม่า ชายแก่ชาวสิงคโปร์ อ้างเพื่อนบ้านรุมแกล้งจนต้องย้ายออก

            เว็บไซต์เอเชียวันได้มีการเปิดเผยเรื่องราวของชายสิงคโปร์รายหนึ่งที่ชื่อว่า นายหวง ซึ่งชายรายนี้มีอายุ 64 ปี  เรื่องราวของนายหวงนั้นถูกเปิดเผยเมื่อวันที่ 21 เดือนกันยายน ปี พ.ศ. 2565  สำหรับเรื่องราวของนายหวงถูกเปิดเผยเมื่อเขาได้ให้ข้อมูลผ่านทางผู้สื่อข่าวว่าตัวเขาถูกเพื่อนบ้านช่วยกันรุมกลั่นแกล้ง

ดราม่า ชายแก่ชาวสิงคโปร์ จนทำให้เขาไม่สามารถอาศัยอยู่ในแฟลตที่เขาอาศัยอยู่ได้จนต้องมีการย้ายออกและเขาต้องเสียค่าใช้จ่ายในการย้ายบ้านสูงถึงสองหมื่นดอลลาร์สิงคโปร์เลยทีเดียว 

        อย่างไรก็ตามเมื่อมีการสืบหาต้นตอของการถูกเพื่อนบ้านกลั่นแกล้งในครั้งนี้ของนายหวง ปรากฏว่าเกิดจากการที่เพื่อนบ้านที่อยู่อาศัยห้องติดกับบ้านของนายหวงนั้นต่างก็พากันได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากว่าห้องของนายหวงติดเครื่องปรับอากาศทั้งสิ้น 9 เครื่องด้วยกันในขณะที่ขนาดพื้นที่การเช่าห้องของ นายหวง นั้นมีการเช่าไว้ 4 ห้องติดต่อกันและที่สำคัญ นายหวง ได้มีการเปิดแอร์ โดยปรับอุณหภูมิเอาไว้ที่ 18 องศาเซลเซียส 

          เนื่องจากว่ามีการเปิดแอร์ที่อุณหภูมิต่ำมากและแอร์มีจำนวนหลายตัวส่งผลทำให้ห้องของนายหวงเย็นมากและความเย็นยังเผื่อแผ่ไปยังห้องของเพื่อนบ้านไม่ว่าห้องที่อยู่ติดกับห้องของ นายหวง 

ซึ่งอยู่ชั้นเดียวกัน    หรือแม้แต่ห้องซึ่งอยู่ชั้นใต้ต่อจากห้องของ นายหวง ก็ตาม โดย  สล็อต ufabet เว็บตรง   เพื่อนบ้านนั้นพบปัญหาว่าผนังห้องและพื้นมีเชื้อราและมีความชื้น 

        ซึ่งก่อนหน้าที่เพื่อนบ้านจะพากันร้องเรียนเจ้าหน้าที่และสื่อนั้นได้มีการพูดคุยกับนายหวงบ้างแล้วเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น และถึงแม้ว่านายหวง จะมีการปรับอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศให้มากขึ้นกว่าเดิมแต่ก็ยังพบปัญหาเชื้อราอยู่ดี   จนในที่สุดเพื่อนบ้านจึงได้พากันรวมตัวกันเพื่อทำการร้องเรียนและสุดท้าย นายหวง  ก็ตัดสินใจเลือกการย้ายออกจากแฟลตที่ตนเองอาศัยอยู่แล้วไปอยู่ที่แฟลตแห่งใหม่ซึ่งถือว่าเป็นแฟลตหรูอยู่ในเขต เซิงกังแทน 

        อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่า นายหวง จะตัดสินใจยุติปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยการย้ายออกไปอยู่ที่อื่นแต่ นายหวง ก็ให้สัมภาษณ์ผ่านทางสื่อว่าเขารู้สึกว่าเพื่อนบ้านรวมหัวกันกลั่นแกล้งเขานอกจากนี้การที่เขาย้ายบ้านก็ทำให้เขาต้องเสียค่าใช้จ่ายทั้งในเรื่องของการขนย้ายข้าวของและเรื่องที่เขาย้ายออกจากห้องเช่าเก่ากะทันหันทำให้ถูกริบเงินค่ามัดจำนอกจากนี้เขายังต้องเสียเงินเพื่อติดตั้งเครื่องปรับอากาศที่ห้องเช่าแห่งใหม่ซึ่งโดยรวมแล้วค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นนั้นเราราวๆ สองหมื่นดอลลาร์สิงคโปร์เลยทีเดียว 

ผัวช้ำใจ กลับจากเกาหลี มาพบว่าเมียหนี แต่งงานใหม่

ผัวช้ำใจ กลับจากเกาหลี  เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2566 นายนรินทร์  หรือชื่อเล่นเอก เป็นชาวจังหวัดชัยภูมิ ได้เข้ามาร้องขอกับทนายนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ถูกเมียที่อยู่ประเทศไทยหนีไปแต่งงานใหม่ ซึ่งก่อนหน้านี้ที่คุณเอกอยู่ที่ประเทศเกาหลีนั้นได้ส่งเงินมาให้เมียทุกเดือน จึงมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้ทางด้านทนายช่วยเป็นสื่อกลางในการสื่อสารเจรจาในครั้งนี้

เพราะว่าทางเมียของคุณเอง ไม่ยอมสื่อสารกับทางคุณเอกจึงต้องมีผู้เป็นกลางในการตัดสินในครั้งนี้ และที่ช็อคไปกว่านั้นเมียถูกรางวัลที่ 1 จำนวน 2 ใบได้เงินรางวัล 12 ล้านบาท ไม่แจ้งให้ทางคุณเอกรับทราบเลยและไม่มีการแบ่งทรัพย์สินให้แม้แต่บาทเดียว

รู้สึกเสียใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นทำไมถึงทำกันได้ลงคอ ทางด้านทนายรณรงค์นั้นหลังจากได้รับเรื่องร้องขอความเป็นธรรมก็ได้โพสต์แชร์เรื่องราวลงโซลเชียล ให้ทุกคนได้ทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่าชายคนหนึ่งถูกเมียที่อยู่กินมา 20 ปีหนีแต่งงานใหม่และถูกรางวัลไม่แบ่งเงินให้สักบาท

ทางด้านคุณเอกนั้นแจ้งว่าหากทราบตั้งแต่แรกว่าทางด้านภรรยาถูกรางวัลที่ 1 อาจจะเดินทางกลับตั้งแต่ ณ ตอนนั้นที่ภรรยาถูกรางวัลลอตเตอรี่รางวัลใหญ่ มาทราบภายหลังเมื่อลูกสาว คนโตแจ้งว่าแม่ถูกรางวัลที่ 1 ได้เงิน 12 ล้านบาท ทางด้านคุณเอก ทราบเรื่องถึงกับช็อคว่าทำไมเมียที่ตนเองรักมีเงินถึงไม่แจ้งให้ตนเองทราบ

ทั้งที่คอยช่วยเหลือด้านการเงินมาตลอด อยู่กินกันมา 20 ปีมีบุตรด้วยกัน 3 คน ไม่คิดว่าเมียจะทำกับตนเองได้ลงคอ จึงอยากจะทราบสาเหตุว่าเพราะอะไรถึงหนีไปแต่งงานใหม่และไม่แจ้งให้ทราบว่าถูกรางวัลที่ 1 ตลอดระยะเวลาที่อยู่ที่เกาหลีนั้นทางด้านภรรยาขัดสนในเรื่องเงินก็ช่วยเหลือมาตลอดและก็ส่งให้ลูกทุกเดือน

โดยโอนเงินเข้าบัญชีของทางภรรยาทุกเดือนมีหลักฐานชัดเจน ทางด้านทนายรณรงค์หลังจากที่ทราบเรื่องแล้วนั้นก็ได้ติดต่อไปทางฝ่ายภรรยาของคุณเองให้ชี้แจงกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ทางด้านภรรยาของคุณเอกนั้นก็แจ้งว่าอยู่กินกันมา 20 ปีจริงแต่ไม่ได้มีการจดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมายทรัพย์สินก็ไม่ต้อง

แบ่งให้กับทางคุณเอกได้เพราะไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ส่วนเงินที่บอกว่าโอนมาทุกเดือนทางด้านภรรยาของคุณเอกก็บอกเอกว่าเป็นการโอนให้กับลูกทั้ง 3 คนไว้ใช้ในการเรียนก็คือกันดูแลบุตรที่ทำผู้เป็นพ่อต้องให้เงินลูกถูกต้องแล้ว ทางด้านภรรยาของคุณเอกก็ไม่เข้าใจว่าทำไมคุณเอกถึงไปออกสื่อแบบนี้ ทำให้ตนเองนะเสียหายและเสียชื่อเสียง

ส่วนเรื่องที่แต่งงานใหม่นั้นทางภรรยาก็แจ้งเพิ่มเติมว่าถูกคุณเอกบอกเลิกทางโทรศัพท์ ณ ตอนที่อยู่ประเทศเกาหลีทำให้ตนเองรู้สึกเสียใจทางด้านครอบครัวรับทราบหมดและได้ยินว่าทางคุณเอกนั้นมีการบอกเลิกกับทางภรรยาจริงมีพยานในการได้ยินที่ตอนบอกเลิกด้วยซ้ำ การแต่งงานใหม่ก็ถือว่าไม่ผิด

แต่อย่างใดเพราะทางด้านตนเองนั้นถูกบอกเลิกก่อนและเสียใจมาก่อน ทางด้านทนายรณรงค์หลังจากทราบเรื่องราวแล้วนั้นก็ให้ทั้งคู่ได้เจรจาและตกลงให้จบกันด้วยดี และทำหน้าที่พ่อและแม่ในการดูแลลูกต่อไป

 

สนับสนุนเนื้อหาจาก    ทางเข้า Ufabet มือถือ

พลอย แจ้งความดำเนินคดีเรื่องมีคนโกหก พ่อตาย

 น้องพลอย ได้รับแจ้งเหตุจากคนชื่อบอลเป็นญาติฝ่ายทางพ่อมาแจ้งกับตนเองว่าพ่อถูกรถชนเสียชีวิตนะถนนแห่งหนึ่ง จากที่ได้รับเรื่องแล้วนั้นน้องพลอยก็ตามไปดูศพพ่อที่โรงพยาบาล ถึงน้องพลอยนั้นสอบถามทางพยาบาลแล้วทั้งชื่อและนามสกุลพยาบาลก็บอกว่ามีผู้เสียชีวิตคนนี้จริง มีชื่อว่า นาย นิวัฒน์ สิงห์ทองซึ่งเป็นพ่อของตนเอง

น้องพลอยก็ได้ดำเนินการจัดพิธีศพให้กับผู้เป็นพ่อจัดงานแบบใหญ่โตมโหฬาร มีค่าใช้จ่ายสูงราวกับประมาณ 50,000 กว่าบาท และการจัดพิธีศพนั้นไม่สามารถนำร่างของนายนิวัฒน์กลับมาบำเพ็ญกุศลได้ นำมาได้แค่เส้นผมและเล็บเท่านั้น เรื่องมาบานปลายเพราะว่าเจ้าของร้านจัดดอกไม้งานศพ

เอะใจว่าทำไมไม่มีญาติทางฝ่ายพ่อมาร่วมงานศพเลย และในโรงศพนั้นก็มีแต่เส้นผมและเล็บตามที่น้องพลอยแจ้งกับทางเจ้าของร้าน เนื่องจากว่าพ่อของน้องพลอยได้ทำเรื่องบริจาคร่างกายให้กับโรงพยาบาลจึงไม่สามารถนำร่างมาบำเพ็ญกุศลได้นำมาได้แค่เส้นผมและเล็กเท่านั้น

ซึ่งตอนที่น้องพลอยแจ้งตอนแรกนั้นทางร้านจัดดอกไม้ ก็รับงานตามปกติและงานในครั้งนี้น้องพลอยเองก็บอกให้จัดงานแบบใหญ่โตเลย แต่ระหว่างจากนั้นต้องมีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายน้องพลอยก็แจ้งว่าจะชำระให้ในวันที่เผาพ่อเสร็จแล้ว ยิ่งทำให้ทางเจ้าของร้านจัดดอกไม้และทีมงานเกิดความสงสัยว่า มันแปลกไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้

พลอย แจ้งความดำเนินคดี และต้องการพิสูจน์ว่าในโรงศพนั้นมีเส้นผมและเล็กจริงหรือไม่จึงได้ขอขมาศพและเปิดดูกระทบแต่เส้นผมที่เขียนชื่อติดไว้ว่านายนิวัฒน์ สิงห์ทอง ก็ยังงงว่าสามารถนำแท่งเล็กและเส้นผมมาทำพิธีได้ด้วยหรือไม่ก็ได้ไปสอบถามทางญาติทางญาติก็บอกว่าในในวัดพ่อของน้องพลอยยังไม่ตายยังใช้ชีวิตปกติยังทำงานปกติ

จึงได้ไปสอบถามกับพ่อน้องพลอยที่โรงงานแต่ไม่พบกลับพบว่าอยู่ที่บ้านและกำลังไปหาปลาที่ทุ่งนากับภรรยาคนใหม่ซึ่งเป็นไปได้เลยว่าในนิวัตินั้นยังไม่เสียชีวิตลง เรื่องมันกลับกลายเป็นเรื่องใหญ่ว่าใครเป็นคนกุเรื่องขึ้นมาแล้วต้องการอะไรในการสร้างเรื่องนี้ขึ้นมา ทางด้านน้องพลอยลูกของนายนิวัฒน์ นั้นเป็นลูกกับภรรยาคนเก่า

ซึ่งเลิกรากันมาแล้ว 22 ปีไม่ค่อยได้เจอหน้ากันก็ไม่เข้าใจว่าทำไมลูกสาวถึงกุเรื่องว่าพ่อตายทางฝ่ายพ่อนั้นยังงงกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นอยู่ ทางด้านน้องพลอยเองก็ยืนยันว่าได้รับแจ้งจากคนที่ชื่อบอลโทรมาทางโทรศัพท์และก็มีเบอร์โทรเป็นหลักฐานว่าได้รับสายจริง น้องพลอยจึงไปแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าถูกหลอกว่าพ่อเสียชีวิตให้จัดงานใหญ่โต

และตอนนี้มีค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพจึงต้องการพูดรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ สำหรับเรื่องราวนี้ทุกคนที่ทราบก็ต่างพากันงงว่าต่างฝ่ายต่างไม่พูดความจริงต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่โกหกและสร้างเรื่องนี้ขึ้นมายังไงก็ต้องตามคดีนี้ต่อไปเพื่อความกระจ่างและรับทราบว่าเรื่องราวเป็นมายังไง

 

สนับสนุนเนื้อจาก    ufabet

ลูกค้าโวยร้านซักรีด หลังส่งเสื้อแบรนด์ Chanel ไปซักแล้วทางร้านทำสีตกใส่ 

         ลูกค้าโวยร้านซักรีด เมื่อวันที่ 14 เดือนกันยายน ปี พ.ศ. 2565  ได้มีหญิงสาวคนหนึ่งติดต่อไปยังผู้สื่อข่าวเพื่อทำการร้องเรียนร้านสักแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น

ด้วยหญิงสาวรายนี้ระบุว่าเมื่อวันที่ 6 เดือนกันยายน ปี พ.ศ. 2565 เธอได้ให้ลูกสาวนำเสื้อแบรนด์เนมจำนวนทั้งสิ้น 4 ตัวด้วยกันไปซักที่ร้านซักแห้งแห่งหนึ่งโดยมีแบรนด์ Chanel จำนวนทั้งหมด 3 ตัวและมีเสื้อแบรนด์ Louis Vuitton อีก 1 ตัว

          อย่างไรก็ตามเพื่อที่เธอนำไปซักทั้งหมด 4 ตัวนั้นมี 2 ตัวที่เป็นเสื้อไหมพรมแขนยาวแต่ปรากฏว่าหลังจากที่ทางร้านซักแห้งซักเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยแล้วลูกสาวของเธอก็ได้ไปรับเสื้อมาจากทางร้านเมื่อวันที่ 10 เดือนกันยายน ปี พ.ศ.  2565 ซึ่งหลังจากนำเสื้อมาที่บ้านแล้วตรวจสอบดูก็พบว่าสีเสื้อไม่เหมือนเดิม

           โดยหญิงสาวรายนี้ระบุว่าเสื้อไหมพรมที่เธอส่งไปซักรีดแบรนด์ชาแนลนั้น ตอนที่ส่งไปเป็นสีขาวนวลแต่หลังจากที่ทางร้านซักให้เสร็จเรียบร้อยแล้ว

สีกับเปลี่ยนมาเป็นสีน้ำตาลเข้มทำให้เธอนั้นไม่พอใจและได้มีการพูดคุยกับทางเจ้าของร้านแต่เจ้าของร้านไม่ยอมรับผิดชอบและยืนยันว่าไม่ได้ทำเสื้อสีตก หลังจากนั้นจึงมีการทะเลาะกันเกิดขึ้นจนต้องมีการตามเจ้าหน้าที่ตำรวจมาช่วยเป็นสักขีพยานและมีการแจ้งความเอาไว้

         อย่างไรก็ตามทางไปหลายวันแล้วแต่ก็ไม่มีความคืบหน้าและทางร้านซักแห้งก็ยังไม่ได้  ufabet เว็บตรง    มีการออกมาชดเชยกับเสื้อผ้าแบรนด์เนมที่ทำของเธอเสียหายซึ่งหญิงสาวรายนี้ระบุว่าเสื้อผ้า 2 ตัวที่ได้รับความเสียหายนั้นมูลค่ารวมกันเท่ากับ 3แสนบาทเลยทีเดียว 

       อย่างไรก็ตามหลังจากทางผู้สื่อข่าวได้มีการติดต่อไปยังร้านซักรีดที่เป็นคู่กรณีของหญิงสาวคนดังกล่าวทางร้านก็ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าทางร้านมีการเปิดให้บริการซักรีดมาเป็นระยะเวลานานกว่า 10 ปีและไม่เคยมีปัญหาคำสินค้าของลูกค้าเสียหาย   ซึ่งหากว่าสินค้าของลูกค้าได้รับความเสียหายก็ยินดีจะชดใช้ค่าเสียหายให้  แต่ทางร้านยืนยันว่าในวันที่ลูกค้าเจ้าของเสื้อแบรนด์เนมนำเสื้อมาซักที่ร้านนั้นก็เป็นสีดังกล่าวอยู่แล้วและทางร้านยืนยันไม่มีการทำสีตกอย่างแน่นอน

          นอกจากนี้ทางร้านยังให้สังเกตที่ตัวเสื้อว่าทหารสีตกจริงจะต้องเป็นสีกระดำกระด่างแต่สีเสื้อที่ทางลูกค้าถ่ายมาให้เห็นนั้นเป็นสีพื้นเดียวกันทั้งหมดดังนั้นจึงสามารถยืนยันได้ว่าไม่ได้เกิดจากสีตกแต่อย่างใดนอกจากนี้จำนวนราคาเสื้อ 2 ตัวแบรนด์ชาแนลทางร้านก็เช็คแล้วว่าราคาตัวละประมาณ 30000 บาทเท่านั้น

2 ตัวก็มีค่าใช้จ่ายเพียงแค่ประมาณ 60,000 บาทไม่ใช่ 3แสนบาทอย่างที่เจ้าของเสื้อได้มีการกล่าวอ้างซึ่งถ้าหากว่าเรื่องนี้เป็นความผิดของทางร้านซักรีดทางเจ้าของร้านก็ยินดีที่จะรับผิดชอบตามราคาจริงของเสื้อนั่นคือ 60 บาทนั่นเอง 

สาวกรุ้มหนัก หลังจากไปร่วมโต๊ะอาหารในร้านหรูกับพ่อแม่แฟนครั้งแรก 

สาวกรุ้มหนัก หลังจากไปร่วมโต๊ะ มีหญิงสาวรายนึงเธอได้โพสต์เล่าเรื่องราวลงในโซเชียลมีเดียจนเว็บไซต์มิลเลอร์มีเดียได้มีการนำเรื่องราวของเธอ

นั้นมาเผยแพร่ในโลกออนไลน์เมื่อวันที่ 5 เดือนมิถุนายนปีพ.ศ 2566 ซึ่งเรื่องราวของหญิงสาวรายนี้ถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมากด้วยเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อหญิงสาวรายหนึ่งเธอได้มีการตั้งกระทู้ในเว็บบอร์ดชื่อดังของประเทศไต้หวันเล่าเรื่องราวที่เธอนั้นไปเจอกับพ่อแม่แฟนครั้งแรกและทั้งครอบครัวของแฟนนั้นก็พาเธอไปกินอาหารร้านหรูแต่หลังจากรับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วปรากฏว่าครอบครัวของฝ่ายชายให้เธอจ่ายค่าอาหารเอง 

นักศึกษาสาวคนดังกล่าวเล่าให้ฟังว่าเธอกับแฟนหนุ่มคบกันมานานเป็นระยะเวลาปีกว่าแล้วและแฟนหนุ่มของเธอก็ได้มีการนัดให้เธอไปเจอกับครอบครัวของฝ่ายชายซึ่งเธอและแฟนมีฐานะที่แตกต่างกันเป็นอย่างมากถึงแม้ว่าเธอรักแฟนจะเรียนที่มหาวิทยาลัยเดียวกันแต่แฟนของเธอนั้นมีฐานะค่อนข้างร่ำรวยอย่างไรก็ตามในครั้งแรกที่เธอต้องไปเจอกับครอบครัวของแฟนหนุ่มปรากฏว่าทางด้านครอบครัวของแฟนหนุ่มนัดพบกันที่ร้านอาหารสุดหรู 

อย่างไรก็ตามเมื่อเธอรับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วปรากฏว่าแม่ของฝ่ายชายได้ให้พ่อของฝ่ายชายไปจ่ายเงินค่าอาหารด้วย

ระบุว่าจ่ายให้สำหรับคนในครอบครัวเท่านั้นส่วนอาหารที่แฟนสาวของลูกชายตัวเองกินเข้าไปนั้นให้หญิงสาวเป็นคนจ่ายเงินเองซึ่งทางด้านหญิงสาวเมื่อได้ยินก็รู้สึกช็อกเป็นอย่างมากแต่เธอก็ยินดีที่จะจ่ายเงินเองถึงแม้ว่าแฟนหนุ่มของเธอจะพยายามที่จะจ่ายเงินแทนเธอ

อย่างไรก็ตามภายหลังจากที่ทั้งคู่ได้แยกจากครอบครัวของแฟนหนุ่มทางด้านฝ่ายชายเองก็พยายามที่จะโอนเงินกลับมาคืนให้กับหญิงสาวแต่เธอก็ปฏิเสธซึ่งฝ่ายชายเองก็ได้ขอโทษและยืนยันว่าจะไปคุยเรื่องดังกล่าวกับแม่ของตนเองอีกครั้งหนึ่ง

ภายหลังจากที่หญิงสาวรายนี้ได้โพสต์เล่าเรื่องราวในโลกออนไลน์ก็มีผู้คนในโซเชียลมาแสดงความคิดเห็นเป็นอย่างมากซึ่งหลายคนมองว่าพฤติกรรมของพ่อแม่ฝ่ายชายนั้นเป็นการกระทำที่ไม่มีความเป็นผู้ใหญ่ เพราะถึงแม้ว่าจะไม่ชอบแฟนของลูกชายก็ควรที่จะมีการคุยกับลูกชาย

โดยตรงและนี่เป็นเพียงแค่การพบกันครั้งแรกครอบครัวของฝ่ายชายยังไม่รู้ว่าฝ่ายหญิงมีนิสัยอย่างไรดังนั้นควรที่จะแสดงความเป็นผู้ใหญ่และควรที่จะดีกับคนรักของลูกของตนเองและถ้าหากว่าฝ่ายหญิงแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมก็ค่อยคุยกับลูกชายของตนเองภายหลังไม่ควรที่จะแสดงการกระทำที่ถือว่าผิดปกตินี้ 

 

สนับสนุนเนื้อหาโดย    ufabet

แม่ค้าตลาดศรีเมือง หอบส้มสายน้ำผึ้งมาแก้บน หลังได้โชคจากพระเงินพระทอง 

หอบส้มสายน้ำผึ้งมาแก้บน  เมื่อวันที่ 9 เดือนมีนาคม ปี พ.ศ 2566  ที่วัดสว่างอารมณ์แควแถวในจังหวัดนครปฐม

ได้มีเจ้าของร้านขายผลไม้นำส้มสายน้ำผึ้ง มาถวายเพื่อเป็นการแก้บนโดยเจ้าของร้านผลไม้รายนี้เปิดร้านขายผลไม้ที่ตลาดศรีเมืองราชบุรีได้เคยเดินทางมาขอพรขอโชคลาภจาก พระเงินพระทอง  ดังนั้นเมื่อสมปรารถนาแล้วจึงได้มีการนำส้มสายน้ำผึ้งมาทำการแก้บน

โดยเจ้าของร้านขายผลไม้ดังกล่าวชื่อว่านางหยาดทิพย์นำส้มสายน้ำผึ้งประมาณ 2,000 กิโลกรัม มาติดต่อเจ้าอาวาสที่วัดสว่างอารมณ์แคแถวเพื่อทำการแก้บนหลังจากที่จุดธูปและทำการแก้บนกับพระเงินพระทองเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ได้มีการมอบส้มดังกล่าวให้กับทางเจ้าอาวาส

ซึ่งทางเจ้าอาวาสเองก็ได้รับเอาไว้และนำไปบริจาคให้กับชาวบ้านโดยทั้งเจ้าอาวาสได้นำส้มดังกล่าวนั้นไปเก็บไว้ที่บริเวณลานด้านหน้าของศาลาการเปรียญเนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่กว้างขวางหลังจากนั้นทางเจ้าอาวาสก็ได้มีการติดต่อไปทางผู้นำชุมชนและหน่วยราชการต่างๆรวมถึงโรงพยาบาลในเขตพื้นที่ใกล้เคียงกับบริเวณวัดเพื่อมารับส้มสายน้ำผึ้งเอาไปแจกจ่ายให้กับประชาชนให้ได้กินโดยทั่วถึงกัน 

  นางหยาดทิพย์เราให้ทางผู้สื่อข่าวฟังว่าตนเองนั้นมีอาชีพเป็นแม่ค้าขายผลไม้ขายอยู่ที่ตลาดศรีเมืองจังหวัดราชบุรีโดยประสบปัญหาขายของไม่ค่อยได้เป็นหนี้เป็นสินมาตั้งแต่ช่วงที่โควิดมีการระบาดใหม่ๆหลังจากนั้นจึงได้เดินทางมาที่วัดสว่างอารมณ์แควแถวเพื่อทำการบนบาน ศาลกล่าวกับพระเงินพระทองขอให้ค้าขายกลับมาดีดังเดิมและมีเงินทองไหล มาเทมา

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่มีการขอบนเสร็จเรียบร้อยแล้วกลับไปร้านค้าก็สามารถขายผลไม้ได้ดีขึ้นเรื่อยๆจนสามารถที่จะใช้หนี้ใช้สินได้นอกจากนี้เมื่อช่วงประมาณวันที่ 1 เดือนมีนาคมปีพ.ศ 2566 ปรากฏว่านางหยาทิพย์ได้ถูกลอตเตอรี่รางวัลใหญ่จำนวน 4 ใบซึ่งเป็นลอตเตอรี่รางวัลที่ 4 ได้เงินมาอีกแสนกว่าบาทเมื่อเห็นว่าตนเองประสบความสำเร็จได้รับพรตามที่ขอกับพระเงินพระทองแล้วจึงได้มีการนำผลไม้มาทำการแก้บน 

   สำหรับวัดสว่างอารมณ์แควแถวจังหวัดนครปฐมนั้นเป็นวัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นอย่างมากเกี่ยวกับเรื่องของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ประดิษฐานอยู่ภายในวัดซึ่งมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์เยอะแยะมากมายโดยเฉพาะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ให้หวยแม่นอย่างเช่นพระเงินพระทองซึ่งชาวบ้านมักจะเดินทางมากราบไหว้ขอพรกันอยู่เป็นประจำจะเห็นได้ว่าวัดสว่างอารมณ์นั้นตลอดทั้งวันมักจะมีผู้คนเดินทางมาขอโชคขอลาภอยู่แทบจะตลอดเวลาและในทุกๆวันก็มักจะมีคนมาทำการแก้บนเพราะประสบความสำเร็จตามสิ่งที่ขอนั่นเอง 

 

สนับสนุนเนื้อหาโดย    ufabet เว็บหลัก